ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์
นักวิจัย : วราลี จิรชัยศรี
คำค้น : THAI CLASSICAL DANCE , GUIDELINE , PROMOTION , ADAPTATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000244
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

นาฏศิลปมีทั้งความเป็น "สาร" และ "สื่อ" อยู่ในตนเอง ถือได้ว่าเป็นสื่อประจำชาติที่เป็นเครื่องมือในการบันทึกความเป็นไปของสังคมมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ปัจจุบันกลับไม่ได้รับความนิยมจากคนในสังคมปัจจุบัน การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ ประการแรกเพื่อศึกษาถึงศักยภาพและสถานภาพของนาฏศิลปในสังคมไทย รวมทั้งปัญหาของสื่อนาฏศิลปไทยในปัจจุบัน ประการต่อมาก็คือ เพื่อศึกษาถึงแนวคิดและแนวปฏิบัติในการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์ ที่แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือ 1. แบบอนุรักษ์นิยม 2. แบบประยุกต์3. แบบร่วมสมัย ผู้วิจัยใช้ทฤษฎีและแนวคิดสองกลุ่มในการศึกษาคือ แนวคิดเรื่องการปรับประสานระหว่างสื่อประเพณีกับสื่อสารมวลชนและแนวคิดเรื่องการสื่อความหมายโดยใช้วิธีการศึกษาด้วยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์,ผู้ผลิตการแสดงนาฏศิลปและผู้ผลิตรายการนาฏศิลปทางโทรทัศน์ รวมทั้งการสนทนากลุ่มผู้รับสาร ผลจากการศึกษาพบว่า 1. สถานภาพและศักยภาพของนาฏศิลปในสังคมไทยนั้นเป็นทั้งความบันเทิงที่แสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมประจำชาติของไทยที่มีความเป็นรูปธรรมมากที่สุดเป็นเครื่องมือในการบันทึกความเป็นไปของสังคมที่มีคุณสมบัติเป็นสื่อที่ใช้เพื่อการสื่อสารในสังคมได้ ปัญหาในปัจจุบันของการเผยแพร่นาฏศิลปสู่ผู้ชมประกอบไปด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ ปัจจัยจากตัวนาฏศิลป, ปัจจัยจากเงื่อนไขภายนอกและปัจจัยจากวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนและสังคมที่เปลี่ยนไปเนื่องจากอิทธิพลของยุคโลกาภิวัตน์ 2. แนวคิดในการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้ง 3 กลุ่มเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้นำเอาสื่อมวลชนมาเป็นช่องทางในการส่งเสริมสื่อนาฏศิลป และควรนำเสนอการแสดงที่เข้าใจง่ายก่อน คือแนวคิดแบบประยุกต์และร่วมสมัย ต่อจากนั้นเมื่อผู้ชมเริ่มเกิดความคุ้นเคย และความเข้าใจแล้วจึงเสนอรูปแบบที่เข้าใจยากคือ แนวคิดแบบอนุรักษ์ 3. แนวปฏิบัติในการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์พบว่าแนวคิดและแนวปฏิบัติทั้ง 3 รูปแบบสามารถนำมาเผยแพร่ทางโทรทัศน์ได้โดยการสร้างรูปแบบที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ - ควรคำนึงถึงหลักวัฒนธรรมแบบมีเวลาจำกัดของสื่อโทรทัศน์ (ClockCulture) ดังนั้นความยาวของการแสดงที่เหมาะสมจึงไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง - ควรคำนึงถึงเรื่องรสนิยมของผู้รับสาร โดยควรมีตลกสอดแทรก,นำผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคมมาร่วมแสดง, สื่อให้เห็นถึงอรรถประโยชน์ของสื่อนาฏศิลป - การสร้างระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสเพื่อให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจเช่น มีการอธิบายให้ฟังก่อนชมการแสดง, นำเอาเหตุการณ์ปัจจุบันมาเล่าเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่อง, ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นสื่อเพื่อความสมจริง - แสวงหาวิธีการนำเสนอด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เช่น รูปแบบวาไรตี้,รูปแบบที่จงใจเผยแพร่สถานที่ของผู้ให้การสนับสนุน, รูปแบบที่มีการบรรยายและปรับบทให้กระชับและการนำเทปการแสดงจากในโรงละครมาเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์โดยไม่ตัดต่อ - แนวคิดเรื่องการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายโทรทัศน์ ซึ่งจะเป็น GateKeeper ที่สำคัญให้รู้จักวิธีการนำเสนอภาพของภาษาท่าทางแบบนาฏศิลปไปสู่ผู้ชม

บรรณานุกรม :
วราลี จิรชัยศรี . (2541). แนวทางการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วราลี จิรชัยศรี . 2541. "แนวทางการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วราลี จิรชัยศรี . "แนวทางการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
วราลี จิรชัยศรี . แนวทางการส่งเสริมและปรับประสานสื่อนาฏศิลปผ่านสื่อโทรทัศน์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.