ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดในกรณีที่ข้อมูลมีการตัดปลาย ด้วยวิธีนอนพาราเมตริก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดในกรณีที่ข้อมูลมีการตัดปลาย ด้วยวิธีนอนพาราเมตริก
นักวิจัย : วิริยา นิ่มนวล
คำค้น : NONPARAMETRIC , SURVIVAL FUNCTION , CENSORED DATA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000203
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดสำหรับกรณีที่ข้อมูลที่มีค่าถูกตัดทิ้งประเภทที่ 1 โดยวิธีการประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ 1) วิธีลิมิตผลคูณ(Product Limit Method) 2) วิธีทางคณิตศาสตร์ประกันชีวิต (Actuarial Method) 3) วิธีประมาณแบบคลาสสิค (Classical Estimation Method) 4) วิธีนอนพาราเมตริกแบบเบส์ (Bayesian Nonprmetric Method)ที่มีการแจกแจงก่อน (Prior Distribution) เป็นกระบวนการดีริซเลต์ (Derichlet Process) และกระบวนการโฮโมจีเนียสอย่างง่าย (A Simple Homogeneous Process) สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงแบบไวบูลล์ ลอกนอร์มอล และพาเรโต โดยทำการเปรียบเทียบภายใต้สถานการณ์ของขนาดตัวอย่างเท่ากับ 10, 20,30, 50 และ 100 เปอร็เซ็นต์ การตัดทิ้งของข้อมูลเป็น20%, 30%, 40% และ 50% ซึ่งจะกำหนดเวลาสิ้นสุดการศึกษาไว้ล่วงหน้า ให้มีค่าน้อยกว่า เท่ากับ และมากกว่า ค่าเฉลี่ยของการแจกแจงของระยะเวลาอยู่รอดเป็นระยะห่าง 25%, 50%,75% และ 100% โดยข้อมูลที่ใช้ในการในการวิจัยนี้ได้จากการจำลองด้วยเทคนิคมอนติคาร์โล และทำการทดลองซ้ำ ๆ กัน1,000 ครั้ง สำหรับแต่ละสถานการณืเพื่อหาค่าฟังก์ชันการอยู่รอด ณ จุดเวลาตั้งแต่ 1 จนถึงเวลาสิ้นสุดการศึกษาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (เพิ่มขึ้นทีละ 1) ของการประมาณค่าฟังก์ชันทั้ง 4 วิธี โดยการวิจัยในครั้งนี้สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในทางด้านการประกันชีวิต เช่น นำไปประยุกต์ทางด้านการศึกษาความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการวางแผนทางการเงิน และการลงทุนในระยะยาว ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. สำหรับเวลาสิ้นสุดการศึกษาที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีค่าเท่ากับ 2.0 - 5.0 ค่า MAPE ของการประมาณทั้ง 4 วิธีมีแนวโน้มลดลง เมื่อเปอร์เซ็นต์การตัดทิ้งของข้อมูลเพิ่มขึ้น และพบว่าวิธีประมาณแบบคลาสสิค เป็นวิธีที่ให้ค่า MAPE น้อยที่สุด 2. สำหรับเวลาสิ้นสุดการศึกษาที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีค่าเท่ากับ 6.0 - 7.0 ค่า MAPE ของการประมาณทั้ง 4 วิธีจะมีค่าลดลงที่เปอร์เซ็นต์การตัดทิ้งของข้อมูลค่าหนึ่งและค่า MAPE จะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปอร์เซ็นต์การตัดทิ้งเพิ่มขึ้น และพบว่าวิธีลิมิตผลคูณ, วิธีทางคณิตศาสตร์ประกันชีวิต และวิธีนอนพาราเมตริกแบบเบส์ เป็นวิธีประมาณค่าที่ให้ค่า MAPE ใกล้เคียงกัน และต่ำกว่าวิธีการประมาณแบบคลาสสิค 3. สำหรับเวลาสิ้นสุดการศึกษาที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีค่าเท่ากับ 8.0 - 10.0 ค่า MAPE ของการประมาณทั้ง 4 วิธีจะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปอร์เซ็นต์การตัดทิ้งของเพิ่มขึ้นและพบว่าวิธีลิมิตผลคูณ, วิธีทางคณิตศาสตร์ประกันชีวิตและวิธีนอนพาราเมตริกแบบเบส์ เป็นวิธีประมาณค่าที่ให้ค่าMAPE ใกล้เคียงกัน และต่ำกว่าวิธีการประมาณแบบคลาสสิค 4. เมื่อขนาดตัวอย่างเพิ่มขึ้น ค่า MAPE ของทั้ง4 วิธี จะลดลง

บรรณานุกรม :
วิริยา นิ่มนวล . (2540). การประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดในกรณีที่ข้อมูลมีการตัดปลาย ด้วยวิธีนอนพาราเมตริก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิริยา นิ่มนวล . 2540. "การประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดในกรณีที่ข้อมูลมีการตัดปลาย ด้วยวิธีนอนพาราเมตริก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิริยา นิ่มนวล . "การประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดในกรณีที่ข้อมูลมีการตัดปลาย ด้วยวิธีนอนพาราเมตริก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
วิริยา นิ่มนวล . การประมาณค่าฟังก์ชันการอยู่รอดในกรณีที่ข้อมูลมีการตัดปลาย ด้วยวิธีนอนพาราเมตริก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.