ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย
นักวิจัย : กำจร หลุยยะพงศ์
คำค้น : ปริญญาดุษฎีบัณฑิต , ผู้สูงอายุ -- ไทย , อัตลักษณ์ , การสื่อสารกับวัฒนธรรม , การสื่อสาร -- แง่สังคม , Older people -- Thailand , Identity (Philosophical concept) , Communication and culture , Communication -- Social aspects
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กาญจนา แก้วเทพ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33206
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

งานวิจัยเรื่อง “การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย” เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพวางอยู่บนกรอบแนวคิดอัตลักษณ์ของสำนักวัฒนธรรมศึกษา ซึ่งสนใจอำนาจที่กำหนดผู้สูงอายุทั้งอำนาจจากผู้อื่นและตัวผู้สูงอายุเอง และเพื่อจะแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ทั้งสองด้านของผู้สูงอายุไทย งานวิจัยชิ้นนี้จะใช้วิธีการวิเคราะห์วาทกรรมตามแนวทางของฟูโกต์และแฟร์คลาฟ โดยศึกษาเอกสาร และศึกษาผู้สูงอายุสองกลุ่มที่ต่างกันในแง่พื้นที่และฐานะ คือ กลุ่ม OPPY และชมรมผู้สูงอายุ ต.โพธิ์ไทรงามจ.พิจิตรผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า เหรียญด้านแรก อัตลักษณ์ผู้สูงอายุถูกกำหนดจากสถาบัน 5 แห่งคือ สังคม การแพทย์ รัฐ เศรษฐกิจ และการสื่อสาร จนทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นวัตถุ นอกจากนั้น อัตลักษณ์ผู้สูงอายุยังมีความหลากหลายจนสามารถจำแนกได้ตามอำนาจของสังคมที่กำหนดแบ่งตามยุค คือ ยุคแรกสังคมเกษตรกรรม: ความชราตามธรรมดาโลก จะมุ่งเน้นอำนาจสถาบันศาสนาที่ระบุให้ผู้สูงอายุเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีพระคุณ และร่างกายอ่อนแอตามสังขาร ยุคที่สอง สังคมอุตสาหกรรม: การจัดระเบียบความชรา จะเป็นยุคที่สถาบันการแพทย์ รัฐ เป็นสถาบันหลักระบุว่า ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่อ่อนแอ พึ่งพิง จึงจำเป็นต้องก้าวมาจัดระเบียบ ส่วนอัตลักษณ์ที่มีอยู่เดิมนั้นถูกลดระดับเป็นอัตลักษณ์รอง และยุคที่สาม สังคมข้อมูลข่าวสาร: ความชราที่จัดการได้ เป็นยุคที่สถาบันการสื่อสาร ใช้แนวทางการแพทย์และสังคมสมัยใหม่เริ่มให้ผู้สูงอายุผู้ที่สามารถจัดการตนเองได้ เป็นผู้ที่ชะลอหรือหยุดยั้งความชราในเหรียญอีกด้าน แม้สถาบันสังคมกำหนดความหมายอย่างเข้มข้น แต่ผู้สูงอายุบางกลุ่มกลับมีอำนาจในการต่อสู้ต่อรองอัตลักษณ์ อาทิ ปฏิเสธอัตลักษณ์ด้านลบคือความอ่อนแอและพึ่งพิง แต่ก็เลือกยอมรับอัตลักษณ์บางส่วนที่เหมาะกับตน เช่น ความกตัญญู และการเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมชาติ อีกทั้งสร้างความหมายใหม่ด้วยการยืนยันความเชี่ยวชาญในบางด้าน โดยที่กลุ่ม OPPY สร้างอัตลักษณ์ “ผู้สูงวัยหัวใจไฮเทค” ส่วนชมรมผู้สูงอายุ ต.โพธิ์ไทรงาม กำหนดว่า “ผู้สูงอายุคือผู้มีศักยภาพต่อชุมชน” นอกจากนั้นผู้สูงอายุทั้งสองกลุ่มยังได้ผนวกอัตลักษณ์เดิมขอตน เช่น ผู้รู้ ผู้มีฐานะ เพื่อยืนยันตัวตนในแง่บวกอัตลักษณ์ผู้สูงอายุของสังคมไทยจึงเป็นทั้งอำนาจที่ถูกสังคมกำหนด ในเวลเดียวกันภายใต้กรอบที่กำหนดผู้สูงอายุก็ยังสามารถคัดเลือก ต่อรอง รวมถึงประกอบอัตลักษณ์ด้านอื่นๆ เข้ามาเป็นตัวตนของตน

บรรณานุกรม :
กำจร หลุยยะพงศ์ . (2553). การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กำจร หลุยยะพงศ์ . 2553. "การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กำจร หลุยยะพงศ์ . "การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
กำจร หลุยยะพงศ์ . การสื่อสารกับวาทกรรมอัตลักษณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.