ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาอัตราการเกิด Bioremediation และการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนในดินที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นเมื่อใช้ Bioremediation เทคนิค

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาอัตราการเกิด Bioremediation และการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนในดินที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นเมื่อใช้ Bioremediation เทคนิค
นักวิจัย : ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา
คำค้น : Bioaugmentation , Bioremediation , Lubricant-contaminated soil
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BGJ4580012 , http://research.trf.or.th/node/209
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาผลจากการวิเคราะห์หลายพิมพ์ DNA ด้วยวิธี SDA แสดงให้เห็นว่า ลายพิมพ์ DNA ที่ใช้ 16S rRNA เป็นต้นแบบสารพันธุกรรมมีDNAสำคัญ 3 แถบเป็นตัวบ่งบอกการมีชีวิตให้ผลของลายพิมพ์เหมือนหรือคล้ายคลึงกับ Bacillus marisflavi Microbacterium oxydans และ Pseudomonas oleovorans ซึ่งกำลังมีบทบาทในตัวอย่างดินขณะนั้น จากนั้นทำการคัดแยกแบคทีเรียที่เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีน้ำมันหล่อลื่นเป็นแหล่งคาร์บอน ทำการสุ่มเลือกแบคทีเรียจำนวน 317 โคโลนีโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยาแล้วทำการศึกษาทางชีวเคมีเพื่อจัดกลุ่มแบคทีเรียในแต่ละ genus ผลการศึกษามี genus Bacillus จำนวน 77 ไอโซเลท เป็น genus Microbacterium จำนวน 35 ไอโซเลท และเป็น genus Pseudomonas จำนวน 9 ไอโซเลท คิดเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ของแบคทีเรียทั้งหมดที่ได้จากการเลี้ยงเชื้อ เมื่อทำการศึกษา 16S identification ของแบคทีเรียจำนวน 17 ไอโซเลตสามารถยืนยันผลว่าอยู่ใน genus Bacillus จำนวน 6 ชนิด เป็น genus Microbacterium จำนวน 1 ชนิด และ เป็น genus Pseudomonas จำนวน 2 ชนิด ผลจาก phylogenetic relationship พบว่าลายพิมพ์ DNA ของแบคทีเรีย 3 ชนิดที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมีความเหมือนกับลายพิมพ์ DNA ของแถบ DNA ที่มีความสำคัญ จาก 16S rRNA มากกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ต่อมาทำการทดสอบประสิทธิภาพในการย่อยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันหล่อลื่นของกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่ได้มาจากการคัดเลือกด้วยวิธี SDA จำนวน 3 ไอโซเลตเพื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มแบคทีเรียที่มีความสามารถในการย่อยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันหล่อลื่นจำนวน 11 ไอโซเลตซึ่งได้จากการเพาะเลี้ยง โดยทำการทดลองใน 2 สภาวะคือ บ่ม 7 วันในอาหารเลี้ยงเชื้อแบบเหลว และบ่ม 49 วันในทรายที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันหล่อลื่นในสภาวะปลอดเชื้อ ทำการวิเคราะห์ปริมาณน้ำมันที่เหลือตกค้างโดยใช้ gas chromatography ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า เชื้อแบคทีเรียทั้ง 2 กลุ่ม มีความสามารถในการย่อยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันหล่อลื่น เมื่อเปรียบเทียบกับ ตำหรับการทดลองที่ไม่ใส่เชื้อ และตำหรับการทดลองที่ใส่เชื้อ E. coli นอกจากนั้นกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่ได้มาจากการคัดเลือกด้วยวิธี SDA มีประสิทธิภาพในการย่อยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนดีที่สุดในสภาวะที่ทำการทดลองในทรายที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันหล่อลื่น The resultant 193 bp amplicons were resolved using DGGE and the banding patterns analyzed using stepwise discriminant function analysis (SDA). Further statistical analysis showed that the number of bands needed to recover the difference between replicates over time could be reduced from the initial 11 bands for the 16S rRNA transcript to 3 bands for each analysis. Sequences originating from the rRNA gels (16S rRNA transcripts) were recovered in clades containing known cultured isolates of Bacillus marisflavi, Microbacterium oxydans, and Pseudomonas oleovorans. A second microcosms experiment was carried out in which pure cultures were selectively isolated on mineral salts medium containing lubricant oil as the sole carbon source. Using morphology as a primary screen a total of 317 bacterial cultures were selected from the microcosms during the incubation period. Analysis of these cultures using determinative tests for Bacillus, Microbacterium, and Pseudomonas showed that of the cultured isolates 77 were identified as Bacillus, 35 as Microbacterium and 9 as Pseudomonas. This accounted for just over 38% of the culture collection. To verify their identities, the full 16S rRNA gene of 17 selected strains assigned to the genus Bacillus, Microbacterium, and Pseudomonas was sequenced. These analyses revealed the limitations of the determinative tests with only 9 of the 17 isolates confirmed as either Bacillus (6 strains), Microbacterium (1 strain), or Pseudomonas (2 strains). Importantly, 3 of the cultured isolated showed high sequence similarity (>96%) with the 16S rRNA transcripts identified using SDA as being important in differentiating between bacterial communities over time. The SDA selected consortium (3 isolates) and consortium 2 (11 isolates from culture isolation) were compared for their capacity to degrade petroleum hydrocarbons by monitoring their degradative abilities over 7 days in liquid medium and over 49 days in sterile sand contaminated with lubricant. Total petroleum hydrocarbon (TPH) remaining was assessed using gas chromatography and degradation was shown to increase significantly over an E. coil and a “no-amendment” control when augmented with either consortium. Importantly consortium 1 augmented degradation better than consortium 2 in lubricant contaminated sterile sand.

บรรณานุกรม :
ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา . (2548). การศึกษาอัตราการเกิด Bioremediation และการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนในดินที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นเมื่อใช้ Bioremediation เทคนิค.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา . 2548. "การศึกษาอัตราการเกิด Bioremediation และการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนในดินที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นเมื่อใช้ Bioremediation เทคนิค".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา . "การศึกษาอัตราการเกิด Bioremediation และการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนในดินที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นเมื่อใช้ Bioremediation เทคนิค."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา . การศึกษาอัตราการเกิด Bioremediation และการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนในดินที่มีการปนเปื้อนด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นเมื่อใช้ Bioremediation เทคนิค. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.