ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชจลนศาสตร์ของไมโคฟิโนลิคอะซิดและผลการรักษาในผู้ป่วยโรคไตอักเสบเอสแอลอีที่ได้รับยาไมโคฟีโนเลท

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชจลนศาสตร์ของไมโคฟิโนลิคอะซิดและผลการรักษาในผู้ป่วยโรคไตอักเสบเอสแอลอีที่ได้รับยาไมโคฟีโนเลท
นักวิจัย : พวงผกา เลิศดำรงค์ลักษณ์
คำค้น : ไมโคฟีโนเลท -- เภสัชจลนศาสตร์ , เภสัชจลนศาสตร์ , เอสแอลอี -- ภาวะแทรกซ้อน , เอสแอลอี -- การรักษาด้วยยา , ไต -- โรค , โรคไตอักเสบลูปุส
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ยิ่งยศ อวิหิงสานนท์ , สมฤทัย วัชราวิวัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/28947
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

ความเป็นมา การรักษา proliferative lupus nephritis ด้วยยา mycophenolate mofetil (MMF) ผู้ป่วยมักได้รับยาในขนาดคงที่แต่การศึกษาเภสัชจลนศาสตร์ของ mycophenolic acid (MPA) ซึ่งเป็น active metabolite ของยาพบว่ามีระดับของ MPA ในเลือด แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคนและการศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตที่ได้รับยา MMF พบว่าพื้นที่ใต้กราฟของ MPA (area under the plasma concentration-time curve of mycophenolic acid; MPA-AUC) มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลของยา วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่าง MPA-AUC กับผลการรักษาในแง่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณโปรตีนใน ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง, การทำงานของไต, การเปลี่ยนแปลงของพยาธิสภาพของเนื้อไตและการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วย proliferative lupus nephritis ที่ได้รับยา mycophenolate นาน 6 เดือน วิธีการศึกษา ผู้ป่วยจำนวน 20 รายที่มีผลชิ้นเนื้อไตเข้าได้กับ class III / IV lupus nephritis และได้รับการรักษาด้วยยา MMF ขนาด 1-1.5 กรัมต่อวัน (จำนวน 14 ราย) หรือยา mycophenolate sodium (MPS) ขนาด 1,080-1,440 มิลลิกรัมต่อวัน (จำนวน 6 ราย) ภายหลังการได้รับยาในขนาดคงที่อย่างน้อย 1 เดือนได้ทำการเจาะเลือดผู้ป่วยจำนวน 8 จุดเวลา (ที่ก่อนรับประทานยา, ภายหลังรับประทานยานาน 0.5, 1, 2, 3, 4, 8 และ 12 ชั่วโมง)เพื่อวัดความเข้มข้นของ MPA ในเลือดโดยวิธี EMITแล้วนำค่าที่ได้มา คำนวณหาค่าพื้นที่ใต้กราฟของ MPA (MPA-AUC) การประเมินผลการรักษาที่ 6 เดือนโดยวัดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณโปรตีนใน ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง, การทำงานของไต, การเปลี่ยนแปลงของพยาธิสภาพของเนื้อไตและการตอบสนองต่อการรักษา ผู้ป่วยที่มีการ ลดลงของปริมาณโปรตีนในปัสสาวะอย่างน้อย 50 % หรือปริมาณโปรตีนในปัสสาวะน้อยกว่า 2 กรัมต่อวันและมีค่าการทำงานของ ไตปกติถือว่ามีการตอบสนองต่อการรักษา ผลการศึกษา MPA-AUC ไม่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของปริมาณโปรตีนในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง, การทำงานของไตและการ เปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาของชิ้นเนื้อไต อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีการตอบสนองต่อการรักษามีค่าเฉลี่ยของ MPA-AUC สูงกว่าผู้ที่ไม่ ตอบสนองต่อการรักษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (mean ± SD. 65.98 ± 23.77 versus. 32.08 ± 7.97 h*mg/L; p =0.002) ผู้ป่วย ที่มีค่า MPA-AUC มากกว่า 60, 30-60 และ น้อยกว่า 30 h*mg/L มีเปอร์เซ็นต์การตอบสนองต่อการรักษา 100%, 60% และ 0% ตามลำดับ (p=0.019) MPA-AUC ไม่สัมพันธ์กับขนาดของยาที่ผู้ป่วยได้รับ ความเข้มข้นของ MPA ในเลือดที่ 1 ชั่วโมงมี ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับ MPA-AUC (r=0.925, p<0.001) สำหรับยา MMF ขณะที่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่าง MPA-AUC กับความ เข้มข้นของ MPA ในเลือด ณ จุดเวลาใดๆสำหรับยา MPS

บรรณานุกรม :
พวงผกา เลิศดำรงค์ลักษณ์ . (2551). การศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชจลนศาสตร์ของไมโคฟิโนลิคอะซิดและผลการรักษาในผู้ป่วยโรคไตอักเสบเอสแอลอีที่ได้รับยาไมโคฟีโนเลท.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พวงผกา เลิศดำรงค์ลักษณ์ . 2551. "การศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชจลนศาสตร์ของไมโคฟิโนลิคอะซิดและผลการรักษาในผู้ป่วยโรคไตอักเสบเอสแอลอีที่ได้รับยาไมโคฟีโนเลท".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พวงผกา เลิศดำรงค์ลักษณ์ . "การศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชจลนศาสตร์ของไมโคฟิโนลิคอะซิดและผลการรักษาในผู้ป่วยโรคไตอักเสบเอสแอลอีที่ได้รับยาไมโคฟีโนเลท."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
พวงผกา เลิศดำรงค์ลักษณ์ . การศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชจลนศาสตร์ของไมโคฟิโนลิคอะซิดและผลการรักษาในผู้ป่วยโรคไตอักเสบเอสแอลอีที่ได้รับยาไมโคฟีโนเลท. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.