ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลายพิมพ์ดีเอ็นเอและการประเมินทางเคมีของมะขามบางสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายที่ดี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลายพิมพ์ดีเอ็นเอและการประเมินทางเคมีของมะขามบางสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายที่ดี
นักวิจัย : ปฏิภาณี ขันธโภค
คำค้น : มะขาม , ยาระบาย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปาริชาต ภู่สว่าง , สุนันท์ พงษ์สามารถ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21385
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม. )--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

มะขาม (Tamarindus indica L.) เป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์กว้างทางยา โดยเฉพาะการใช้เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูกมาตั้งแต่สมัยโบราณต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีมะขามที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ปลูก ซึ่งทุกพันธุ์ปลูกมีชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกัน คือ T. indica ในการศึกษาครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์มะขามต่างพันธุ์ปลูกที่มีฤทธิ์ ยาระบายที่เพาะปลูกในประเทศไทย โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ลายพิมพ์ดีเอ็นเอร่วมกับองค์ประกอบเคมีในเนื้อมะขาม เทคนิคการศึกษาเครื่องหมายระดับโมเลกุลโดยการวิเคราะห์ลำดับเบสบนยีน rbcL ในคลอโรพลาสต์และดีเอ็นเอส่วน ITS ในนิวเคลียส และโดยการวิเคราะห์โดยเทคนิค RAPD-PCR จากตัวอย่างมะขามที่มีฤทธิ์ยาระบายชนิดหวาน ‘ศรีชมภู’ และ ‘ขันตี’ และชนิดเปรี้ยว ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์’ ที่เพาะปลูกที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จากการทดลองพบว่า มะขามทั้งชนิดหวานและชนิดเปรี้ยวมีคุณค่าทางโภขนาการทุกพันธุ์ปลูก มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลรีดิวซ์สูง มีโปรตีนและไขมันต่ำ และมีความเป็นกรด วิเคราะห์ชนิดและปริมาณขององค์ประกอบเคมีในเนื้อมะขามด้วยเทคนิค HPLC จากการทดลองพบว่า เทคนิค HPLC สามารถนำไปใช้วิเคราะห์กรดอินทรีย์ในเนื้อมะขามได้มีความถูกต้องสมบูรณ์ กรดอินทรีย์ที่พบในตัวอย่าง ได้แก่ กรดทาร์ทาริก มาลิก ซิตริก และออกซาลิก กรดทาร์ทาริกพบปริมาณสูงมากใน ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์’ ขณะที่ ‘ศรีชมภู’ มีปริมาณกรดทาร์ทาริกต่ำ ปริมาณกรดทาร์ทาริกที่พบในมะขามแต่ละพันธุ์ปลูกมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดย ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์’ มีปริมาณกรดทาร์ทาริก 18.102+-0.134 กรัม/100 กรัม ขณะที่ ‘ขันตี’ และ ‘ศรีชมภู’ มีปริมาณเท่ากับ 2.134+-0.117 และ 1.628+-0.117 กรัม/100 กรัม ตามลำดับ แต่มีกรดมาลิกและซิตริกสูงกว่า ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์’ วิเคราะห์ลำดับเบสดีเอ็นเอของยีน rbcL ในมะขามชนิดหวานพบว่า มีความยาวเท่ากับ 1,428 bp ส่วนมะขามชนิดเปรี้ยววิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์บางส่วนของยีน rbcL ความยาว 1,398 bp เมื่อเปรียบเทียบกับลำดับเบสบางส่วนของยีน rbcL (accession no. Z70160) ที่มีอยู่ในฐานข้อมูล GenBank พบว่า มีการแทนที่ของเบสทั้งหมด 24 ตำแหน่ง และเมื่อวิเคราะห์การทนที่ของเบสด้วยวิธี UPGMA สามารถแบ่งมะขามออกได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ประกอบด้วย ‘ศรีชมภู’ และ ‘ขันตี’ เป็นมะขามชนิดหวานและกลุ่มที่สอง ได้แก่ ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์’ คือ มะขามชนิดเปรี้ยว เมื่อเปรียบเทียบลำดับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอส่วน ITS ไม่พบความแตกต่างกัน การศึกษาเพิ่มเติมโดยเทคนิค RAPD สามารถระบุได้ว่ามีการแปรผันทางพันธุกรรมของมะขามต่างพันธุ์ปลูกและให้รูปแบบของแถบดีเอ็นเอของแต่ละพันธุ์ปลูกที่มีลักษณะเฉพาะ ค่าดัชนีความเหมือนระหว่างมะขามแต่ละพันธุ์ปลูกเท่ากับ 0.7284-0.8722 เมื่อวิเคราะห์แถบดีเอ็นเอด้วยวิธี NJ สามารถแบ่งมะขามออกได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ประกอบด้วย ‘ศรีชมภู’ และ ‘ขันตี’ เป็นมะขามชนิดหวาน และกลุ่มที่สอง ได้แก่ ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์’ คือ มะขามชนิดเปรี้ยว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของยีน rbcL ผลการทดลองเสนอแนะได้ว่า ข้อมูลลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน rbcL และเทคนิค RAPD สามารถใช้เป็นเครื่องหมายทางโมเลกุลร่วมกับองค์ประกอบเคมีของกรดอินทรีย์ทาร์ทาริกในเนื้อมะขามในการพิสูจน์เอกลักษณ์ของมะขามต่างพันธุ์ปลูกได้

บรรณานุกรม :
ปฏิภาณี ขันธโภค . (2550). ลายพิมพ์ดีเอ็นเอและการประเมินทางเคมีของมะขามบางสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายที่ดี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปฏิภาณี ขันธโภค . 2550. "ลายพิมพ์ดีเอ็นเอและการประเมินทางเคมีของมะขามบางสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายที่ดี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปฏิภาณี ขันธโภค . "ลายพิมพ์ดีเอ็นเอและการประเมินทางเคมีของมะขามบางสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายที่ดี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ปฏิภาณี ขันธโภค . ลายพิมพ์ดีเอ็นเอและการประเมินทางเคมีของมะขามบางสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายที่ดี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.