ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ให้การอบรมเลี้ยงดู ของบุคคลที่รักร่วมเพศกับบุคคลปกติ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ให้การอบรมเลี้ยงดู ของบุคคลที่รักร่วมเพศกับบุคคลปกติ
นักวิจัย : ผกา สัตยธรรม
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นิรมล ชยุตสาหกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2516
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21077
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2516

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและประสบการณ์ที่ได้รับ (2) เพื่อศึกษาทัศนคติที่มีต่อตนเองและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องระหว่างกลุ่มรักร่วมเพศกับกลุ่มปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นชายที่รักร่วมเพศและชายปกติจำนวน 40 คนเท่ากัน ทุกคนอยู่ในกรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือ แบบสอบถามแบบเลือกตอบปลายเปิด กับมาตราซีเมนติกดิฟเฟอร์เรนเชียล (Semantic Differential Scale) 9 หัวข้อ ซึ่งใช้ในการวัดทัศนคติที่มีต่อบุคคลเหล่านั้น โดยใช้ไคสแควร์ (Chi-square) และทีเทสต์ (t-test) ทดสอบความมีนัยสำคัญในการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม ผลการวิจัยที่ได้จากแบบสอบถามปรากฏว่า 1. ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของกลุ่มปกติอยู่ในสภาพที่ดีกว่ากลุ่มรักร่วมเพศ กลุ่มปกติรายงานไว้ดังนี้ (1) ได้รับความรักและความเอาใจใส่จากบิดามารดาเป็นอย่างดี (2) กลุ่มปกติมีการเลียนแบบจากบิดามาก (3) กลุ่มปกติมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อพี่น้องทั้งชายและหญิง ในกลุ่มรักร่วมเพศรายงานไว้ดังนี้ (1) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมารดา แต่ห่างเหินจากบิดา (2) กลุ่มรักร่วมเพศไม่สนใจในการเรียนแบบบิดานัก (3) กลุ่มรักร่วมเพศไม่ค่อยมีความใกล้ชิดสนิทกับพี่ชายและน้องชายแต่มีความใกล้ชิดกับพี่สาวและน้องสาว 2. ในด้านประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับแบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ คือ ความสัมพันธ์ของบิดามารดา ความสนใจในสิ่งต่างๆ เช่น งานอาชีพ พฤติกรรมทางเพศและการแต่งงาน กลุ่มปกติกล่าวว่าในครอบครัวมีอิสระและเสรีภาพมากกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาในครอบครัว บิดาเป็นฝ่ายมีอำนาจปกครองบ้าน กลุ่มรักร่วมเพศกล่าวถึงสภาพครอบครัวที่ค่อนข้างมีความยุ่งยากปัญหา มารดาเป็นผู้มีอำนาจและเป็นใหญ่ในครอบครัวทั้งสองกลุ่มเห็นว่าเกณฑ์ต่างๆ ในบ้านเหมาะสมแล้ว เกี่ยวกับงานอดิเรกและงานอาชีพกลุ่มรักร่วมเพศ มีความสนใจในงานแบบผู้หญิงซึ่งกลุ่มปกติไม่สนใจ ในด้านประสบการณ์ทางเพศ กลุ่มรักร่วมเพศมีความกังวลใจในการทำตัวเป็นชายแต่กลุ่มปกติไม่มีปัญหากลุ่มรักร่วมเพศเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศเมื่ออายุน้อยกว่ากลุ่มปกติ กลุ่มปกติเห็นความสำคัญของการแต่งงานมากกว่ากลุ่มรักร่วมเพศ ทั้งสองกลุ่มได้รับความรู้ทางเพศศึกษาจากเพื่อน ครู และหนังสือเช่นกัน เกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศและการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ 3. ในด้านทัศนคติที่วัดจากซีแมนติกดิฟเฟอร์เรนเชียลสเกลเกี่ยวกับ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนชายที่รักที่สุด ผู้หญิงทั่วไป ผู้ชายทั่วไป และตัวข้าพเจ้าเอง ทั้งแปดแนวคิดที่มีต่อบุคคลเหล่านั้น กลุ่มทัศคติที่ดีกว่ากลุ่มรักร่วมเพศทั้งสองกลุ่มจึงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับทัศนคติที่มีต่อเพื่อนหญิงที่รักที่สุด ทั้งสองกลุ่มมีความเห็นใกล้เคียงกันว่านิสัยค่อนข้างดีจึงไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

บรรณานุกรม :
ผกา สัตยธรรม . (2516). การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ให้การอบรมเลี้ยงดู ของบุคคลที่รักร่วมเพศกับบุคคลปกติ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผกา สัตยธรรม . 2516. "การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ให้การอบรมเลี้ยงดู ของบุคคลที่รักร่วมเพศกับบุคคลปกติ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผกา สัตยธรรม . "การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ให้การอบรมเลี้ยงดู ของบุคคลที่รักร่วมเพศกับบุคคลปกติ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2516. Print.
ผกา สัตยธรรม . การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ให้การอบรมเลี้ยงดู ของบุคคลที่รักร่วมเพศกับบุคคลปกติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2516.