ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกคลินิกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกคลินิกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
นักวิจัย : สุธาทอง มั่งมี
คำค้น : ความคลาดเคลื่อนทางยา , เภสัชกรรมของโรงพยาบาล , Medication errors , Hospital pharmacies
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นารัต เกษตรทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20789
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของกระบวนการประสานรายการยา โดยเปรียบเทียบความแตกต่างและความคลาดเคลื่อนทางยาที่พบในกลุ่มผู้ป่วยนอก ก่อนและหลังการนำกระบวนการประสานรายการยามาใช้ปฏิบัติ ที่ห้องตรวจอายุรกรรมและห้องตรวจศัลยกรรม วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบ posttest-only control study ศึกษาระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม 2553 กลุ่มควบคุมคือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาก่อนดำเนินการนำกระบวนการประสานรายการยามาใช้ กลุ่มศึกษาคือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาหลังนำกระบวนการประสานรายการยามาใช้ กระบวนการประสานรายการยาจัดทำโดยเก็บรวมรวบข้อมูลจากเวชระเบียน ฐานฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการสัมภาษณ์ผู้ป่วย แล้วนำมาจัดทำรายการยา โดยบันทึกใน outpatient medication reconciliation (OMR) form แนบไว้ในเวชระเบียนเพื่อให้แพทย์ทบทวนก่อนสั่งใช้ยาแก่ผู้ป่วย เปรียบเทียบความแตกต่างของรายการยา และความคลาดเคลื่อนทางยาที่พบในกลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุม ผลการศึกษา: ผู้ป่วยจากห้องตรวจอายุรกรรมและศัลยกรรมถูกคัดเข้าสู่กลุ่มควบคุมและกลุ่มศึกษากลุ่มละ 150 ราย โดยเป็นผู้ป่วยอายุรกรรมและผู้ป่วยศัลยกรรมกลุ่มละ 75 ราย ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดทำรายการยาที่สมบูรณ์เฉลี่ย 18.6 ± 7.2 นาที ผู้ป่วยกลุ่มควบคุมและกลุ่มศึกษาได้รับยาเฉลี่ย 7.7 ± 2.9 และ 7.8 ± 2.7 รายการ ตามลำดับ พบความแตกต่างของรายการยาในกลุ่มศึกษามากกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 64.7 และ 40.0, p=0.000) ส่วนใหญ่เป็นชนิด intentional discrepancies (ร้อยละ 49.7) จำนวนความคลาดเคลื่อนทางยาต่อรายการยาในกลุ่มศึกษาน้อยกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (1:12 รายการ, p=0.031) ความคลาดเคลื่อนทางยาร้อยละ 87.5 อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย ความคลาดเคลื่อนทางยาที่พบมากที่สุดคือ duplication to order drug (ร้อยละ 61.5) กลุ่มยาที่พบความคลาดเคลื่อนทางยามากที่สุดคือ ยากลุ่มหัวใจและหลอดเลือด (ร้อยละ 76.9) พบความคลาดเคลื่อนทางยาประเภท omission error มากที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยอายุรกรรม (ร้อยละ 42.9) ในขณะที่พบความคลาดเคลื่อนทางยาประเภท duplication to order drug มากที่สุดผู้ป่วยศัลยกรรม (ร้อยละ 100.0) สรุปผลการศึกษา: กระบวนการประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกช่วยลดจำนวนความคลาดเคลื่อนทางยาได้ อย่างไรก็ตาม การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นจากการบริการเดิม กรณีที่มีผู้ปฏิบัติงานไม่เพียงพอ อาจเลือกทำการประสานรายการยาในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ใช้ยาหลายชนิด หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด

บรรณานุกรม :
สุธาทอง มั่งมี . (2553). การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกคลินิกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุธาทอง มั่งมี . 2553. "การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกคลินิกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุธาทอง มั่งมี . "การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกคลินิกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
สุธาทอง มั่งมี . การประสานรายการยาในผู้ป่วยนอกคลินิกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.