ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความสัมพันธ์ของไซโตไคน์และความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความสัมพันธ์ของไซโตไคน์และความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม
นักวิจัย : จริยา พูลภักดี
คำค้น : กระดูกสันหลังส่วนเอว , กระดูกสันหลังส่วนเอว -- โรค , ไซโตไคน , ไฟโบรบลาสต์โกรทแฟกเตอร์ , Lumbar vertebrae , Lumbar vertebrae -- Diseases , Cytokines , Fibroblast growth factors
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก , ชูเกียรติ เฉลิมพันธ์พิพัฒน์ , สัญชัย พยุงภร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20837
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

โรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมอย่างเรื้อรังของกระดูกสันหลังส่วนเอว สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการหนาตัวของ ligamentum flavum ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นเซลล์ไฟโบรบลาส (fibroblastic cells) ที่สามารถแบ่งตัวได้โดยการควบคุมของยีน basic fibroblast growth factor (bFGF) ดังนั้นการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ และเปรียบเทียบความแตกต่างของการแสดงออกของยีนและโปรตีน bFGF ในชิ้นเนื้อ ligamentum flavum ที่มีการหนาตัวในผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมในระดับกระดูกสันหลังที่เกิดพยาธิสภาพ และ ligamentum flavum ที่ปกติในระดับกระดูกสันหลังที่ไม่เกิดพยาธิสภาพ จำนวน 19 ราย โดยวิเคราะห์การแสดงออกของยีน bFGF ด้วยวิธี real time reverse transcriptase-polymerase chain reaction (real time RT-PCR) และวิเคราะห์ปริมาณโปรตีน bFGF ด้วยวิธี enzyme linked immunosorbent assay (ELISA) และนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับอายุ นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบความแตกต่างของการแสดงออกของยีนระหว่างเพศชายและหญิง จากผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชิ้นเนื้อที่เกิดพยาธิสภาพมีการแสดงออกของยีน และมีปริมาณโปรตีน bFGF มากกว่าชิ้นเนื้อกลุ่มที่ไม่เกิดพยาธิสภาพอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (P<0.01) แต่ไม่พบความแตกต่างของการแสดงออกของยีน bFGF ระหว่างเพศชายและหญิง (P>0.05) นอกจากนี้พบว่าการแสดงออกของยีนและโปรตีน bFGF ในกลุ่มชิ้นเนื้อที่เกิดพยาธิสภาพมีความสัมพันธ์กับอายุผู้ป่วยอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (r = 0.46 และ 0.63 ตามล าดับ, P<0.05) ในขณะที่ในกลุ่มชิ้นเนื้อที่ไม่เกิดพยาธิสภาพ พบว่าการแสดงออกของยีนมีความสัมพันธ์กับอายุเล็กน้อย แต่ไม่มีนัยส าคัญทางสถิติ (r= 0.35, P>0.05) ในขณะที่การแสดงออกของโปรตีนไม่มีความสัมพันธ์กับอายุและไม่มีนัยส าคัญทางสถิติ (r = 0.07, P>0.05) จากผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ายีน bFGF อาจจะมีความสัมพันธ์กับกระบวนการเสื่อมของ ligamentum flavum ในโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม

บรรณานุกรม :
จริยา พูลภักดี . (2553). การศึกษาความสัมพันธ์ของไซโตไคน์และความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จริยา พูลภักดี . 2553. "การศึกษาความสัมพันธ์ของไซโตไคน์และความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จริยา พูลภักดี . "การศึกษาความสัมพันธ์ของไซโตไคน์และความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
จริยา พูลภักดี . การศึกษาความสัมพันธ์ของไซโตไคน์และความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.