ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

องค์ประกอบทางเคมีของมะขามหวาน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : องค์ประกอบทางเคมีของมะขามหวาน
นักวิจัย : พรประภา ชุนถนอม
คำค้น : anthocyanin , antioxidant activity , bioactive compound , flavonoid , phenolic compound , storage condition , sweet tamarind , vitamin c , ฟลาโวนอยด์ , มะขามหวาน , ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน , วิตามินซี , สภาวะการเก็บรักษา , สารประกอบฟีนอลิก , สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ , เบต้าแคโรทีน , แอนโทไซยานิน , -carotene
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5420031 , http://research.trf.or.th/node/8386
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

มะขาม จัดเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยา นิยมใช้ในการแพทย์ทางเลือกกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งการจาหน่ายเป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อการบริโภคสดทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะมะขามหวาน จากการศึกษาชนิดและปริมาณองค์ประกอบของสารออกฤทธิ์ที่สาคัญในเนื้อมะขามด้วยเทคนิค High performance liquid chromatography พบว่า ในเนื้อมะขามหวานสุก จากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สาคัญ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน (51.94-4,868.9 μg/100 กรัม) วิตามินซี (0.18-1.18 mg/100 กรัม) ฟลาโวนอยด์ (0.01-1,088.68 μg/100 กรัม) แอนโทไซยานิน (0.04-0.12 μg/100 กรัม) และสารประกอบฟีนอลิก (5.56-20.75 mg/100 กรัม) โดย ฟลาโวนอยด์ แอนโทไซยานิน และสารประกอบฟีนอลิก ที่พบมากที่สุด คือ fisetin (129.21-1,088.68 μg/100 กรัม) cyanin chloride (0.04-0.12 μg/100 กรัม) และ (+)-catechin (0-67.95 μg/100 กรัม) ตามลาดับ ปริมาณของสารออกฤทธิ์ในเนื้อมะขามมีความผันแปรต่อปัจจัยของสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก วิธีการเตรียม และอุณหภูมิการเก็บรักษา การนึ่งอบและเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง มีแนวโน้มพบปริมาณเบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และสารประกอบฟีนอลิก ในเนื้อมะขามสูงกว่าการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4°C และตัวอย่างควบคุมที่ไม่ผ่านการนึ่งอบก่อนเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง อย่างไรก็ตามสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูกมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารสาคัญในเนื้อมะขามหวานเมื่อเก็บรักษาในสภาวะแตกต่างกัน ปริมาณวิตามินซีที่เป็นองค์ประกอบมีแนวโน้มลดลงเมื่อใช้อุณหภูมิสูงในขั้นตอนการเตรียมและการเก็บรักษา โดยพันธุ์สีทองจาก อ.เขาค้อ และพันธุ์ศรีชมพูจาก อ.หล่มสัก มีวิตามินซีสูงที่สุดเมื่อเก็บในที่เย็น สาหรับความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบด้วยวิธี FRAP assay มีค่าอยู่ระหว่าง 4.05-18.55 μmol Fe(II)/L โดยพบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในพันธุ์สีทองจาก อ.เขาค้อ เมื่อเก็บในที่เย็น พันธุ์ศรีชมพูจาก อ.เขาค้อ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิห้อง และพันธุ์ศรีชมภูจาก อ.หล่มสัก ในชุดควบคุม ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ DPPH° พบว่ามีค่าอยู่ระหว่างร้อยละ 21.35-95.1 และมีค่า EC50 อยู่ในช่วง 1.51-9.45 mg/g มะขามหวานพันธุ์ศรีชมพูและพันธุ์สีทองจาก อ.น้าโสม พันธุ์อินทผลัม และพันธุ์ขันตี มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าสารมาตรฐาน BHT โดยกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของมะขามหวานที่เก็บรักษาในสภาวะต่างๆ แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูก ผลการศึกษาที่ได้แสดงให้เห็นว่า เนื้อมะขามหวานสุกเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันสูง โดยข้อมูลนี้จะเป็นส่วนสนับสนุนการบริโภคมะขามหวานสด และกระตุ้นการเพาะปลูกมะขามหวานเพื่อการบริโภคทั้งในประเทศและการส่งออกที่สาคัญ Tamarind is a traditional herb having medical effects. It has been used widely in alternative medicine and sold as economic crop, especially sweet tamarind, for fresh consumption in both inside and foreign country. The study of an important active compound comprising in tamarind pulp using High performance liquid chromatography technique revealed that sweet tamarind from the northern and northeastern parts of Thailand consisted of several bioactive compounds including -carotene (51.94-4,868.9 μg/100g) vitamin C (0.18-1.18 mg/100g) flavonoids (0.01-1,088.68 μg/100g) anthocyanins (0.04-0.12 μg/100g) and total phenolic contents (5.56-20.75 mg/100g). Fisetin (129.21-1,088.68 μg/100g) cyanin chloride (0.04-0.12 μg/100g) and (+)-catechin (0-67.95 μg/100g) were founded as the most flavonoids, anthocyanins and phenolic compounds in sweet tamarind pulps, respectively. The content of such active compounds was varied by the factors of cultivars, production areas, preparation methods, and storage temperatures. Steaming and storage at room temperature trended to be effect on the flavonoids, anthocyanins, and total phenolic contents in tamarind pulp higher than that storage at 4°C. However, cultivars and production areas had an influence on the variation of the amount of those active compounds in sweet tamarind pulp when different storage conditions were used. The amount of vitamin C content trended to be lower when using high temperature preparation and storage conditions. Sitong variety from Kaoko district and Srichompoo variety from Lomsak district contained the highest amount of vitamin C content after chill storage. The determination of antioxidant capacity using FRAP assay showed the value of 4.05-18.55 μmol Fe(II)/L. The most antioxidant activity was found in Sitong variety from Kaoko district after chill storage, Srichompoo variety from Kaoko district after room temperature storage, and control, Srichompoo variety from Lomsak district. DPPH° radical-scavenging activity was founded in between 21.35-95.1% and EC50 value of 1.51-9.45 mg/g. Srichompoo and Sitong varieties from Numsom district, Inthaplum variety, and Khuntee variety showed higher antioxidant activity than BHT standard. The difference on the antioxidant activities of sweet tamarinds was founded among the cultivars, production areas, and storage conditions. These results revealed that sweet tamarind pulp is a rich source of potent antioxidants. This obtained data will support the benefit of fresh-eaten of sweet tamarinds and potentially stimulate the production of them for both in-house consumption and exportation.

บรรณานุกรม :
พรประภา ชุนถนอม . (2555). องค์ประกอบทางเคมีของมะขามหวาน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พรประภา ชุนถนอม . 2555. "องค์ประกอบทางเคมีของมะขามหวาน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พรประภา ชุนถนอม . "องค์ประกอบทางเคมีของมะขามหวาน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2555. Print.
พรประภา ชุนถนอม . องค์ประกอบทางเคมีของมะขามหวาน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2555.