ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจำนวนของอนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้า

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจำนวนของอนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้า
นักวิจัย : พานิช อินต๊ะ
คำค้น : Corona Discharge , Electrometer , Electrostatic , Faraday cup , Nanoparticle , ลูกถ้วยฟาราเดย์ , อนุภาคนาโน , อิเล็กโทรมิเตอร์ , โคโรนาดิสชาร์จ , ไฟฟ้าสถิต
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5480001 , http://research.trf.or.th/node/7656
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและปรับปรุง อุปกรณ์ ระบบ และส่วนประกอบ ย่อยต่างๆ ที่ประกอบเข้ากันเป็นต้นเเบบของเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจานวนของ อนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้าในโครงการที่ผ่านมา (รหัสโครงการ MRG5180217) เครื่องวัดฯต้นแบบที่พัฒนานี้จะประกอบด้วย ระบบควบคุมการไหลของของไหล ชุดอัดประจุ ไฟฟ้าอนุภาคแบบโคโรนา ชุดดักจับไอออน ชุดตรวจจับประจุไฟฟ้าอนุภาคเชิงไฟฟ้าหรือลูก ถ้วยฟาราเดย์ วงจรอิเล็กโทรมิเตอร์ วงจรตัวแปลงผันสัญญาณอนาลอกและหน่วยประมวลผล ข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ภายนอกผ่านพอร์ยูเอสบี โดยได้ทาการ ทดสอบสมรรถนะการทางานของส่วนประกอบย่อยต่างๆของเครื่องวัดฯต้นแบบ ได้แก่ ชุดอัด ประจุไฟฟ้าอนุภาค ชุดดักจับไอออน วงจรอิเล็กโทรมิเตอร์ พร้อมทั้งทดสอบการทางานทั้งระบบ ในการวัดไอออนและอนุภาคของเครื่องวัดฯต้นแบบด้วยแหล่งกาเนิดไอออนแบบโคโรนาเข็มและ แหล่งกาเนิดอนุภาคแบบ Nebulizer จากการศึกษาพบว่าเครื่องวัดฯต้นแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถ วัดจานวนความเข้มข้นของไอออนและอนุภาคได้ในช่วง 7.45 × 108 และ 7.45 × 1011 ions หรือ particles/m3 สอดคล้องกับค่ากระแสไฟฟ้าของอนุภาคในช่วง 10 fA ถึง 10 pA ใช้เวลาในการ ประมวลผลน้อยกว่า 200 ms และได้มีการทดสอบการวัดอนุภาคในอากาศภาคสนามเบื้องต้น เปรียบเทียบระหว่างเครื่องวัดฯต้นแบบกับเครื่องนับจานวนอนุภาคแบบเลเซอร์รุ่น ParticleScan Pro พบว่าค่าที่วัดได้มีค่าใกล้เคียงกันและมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่ ไปในทิศทางเดียวกันและมีความแตกต่างกันน้อยกว่า 10 % The aim of this study is to develop and modify the apparatus, system and components of the electrical nanoparticle detector from the previous research project (contract no. MRG5480001). The new developed detector is consisted of a flow control system, a particle corona charger, an ion collector, an electrical detector or a Faraday cup, an electrometer circuit, an analog to digital conversion circuit, and data processing unit with USB computer interface. In this study, the performance test was carried for the main component of the detector such as the particle corona charger, the ion collector, and the electrometer circuit. For the ions and aerosol measurements, the developed detector was theoretically and experimentally evaluated with the corona-needle ionizer and the nebulizer, respectively. It was reported that the developed detector was capable of detecting and measuring the number concentration of ions and aerosol in the range between 7.45 × 108 and 7.45 × 1011 ions or particles/m3 corresponding to the electric current of charged particles in the range between 10 fA and 10 pA with measurement time of less than 200 ms. Finally, this prototype was field tested and compared with a commercial laser particle counter (ParticleScan Pro). It was shown that the developed detector was found to be close agreement with the commercial laser particle counter and the average difference was about less than 10 %.

บรรณานุกรม :
พานิช อินต๊ะ . (2557). การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจำนวนของอนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้า.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พานิช อินต๊ะ . 2557. "การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจำนวนของอนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้า".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พานิช อินต๊ะ . "การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจำนวนของอนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้า."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
พานิช อินต๊ะ . การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นเชิงจำนวนของอนุภาคนาโนแบบใช้หลักการเชิงไฟฟ้า. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.