ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวเพื่อประเมินการเป็นพาหะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารในอำเภอที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมากและน้อยของจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวเพื่อประเมินการเป็นพาหะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารในอำเภอที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมากและน้อยของจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ
นักวิจัย : ธารินี ไชยวงศ์
คำค้น : bacteria , blow fly , diarrhoeal disease , house fly , เชื้อแบคทีเรีย , แมลงวันบ้าน , แมลงวันหัวเขียว , โรคอุจจาระร่วง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5380283 , http://research.trf.or.th/node/7647
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ความสัมพันธ์ของการเป็นพาหะนำเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของแมลงวันมีการ รายงานจากหลายประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย การศึกษาเกี่ยวกับแมลงวันที่มี ความสำคัญทางการแพทย์มีจำนวนน้อย รวมทั้งบทบาทของแมลงวันบ้าน Musca domestica และแมลงวันหัวเขียว Chrysomya megacephala ซึ่งเป็นแมลงวันสองชนิดที่พบได้มากที่สุดใน ประเทศไทย (90%) ในการเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร ยังไม่มีการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี การศึกษาครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ทั้งหมดสามข้อดังนี้ วัตถุประสงค์ที่หนึ่ง เพื่อสำรวจความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันที่มีความสำคัญทางการแพทย์ ในอำเภอเมืองอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมาก และอำเภอวาริน ชำราบซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงน้อย ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยเน้นพื้นที่ สำรวจในบริเวณที่แมลงวันมีโอกาสสามารถสัมผัสกับสิ่งสกปรกและอาหารของมนุษย์ ซึ่งได้แก่ ตลาดสด กองขยะ ร้านอาหาร โรงอาหารของโรงเรียน และบริเวณทุ่งนา วัตถุประสงค์ที่สองเพื่อ ประเมินความสามารถของแมลงวันบ้าน และแมลงวันหัวเขียวในการเป็นพาหะเชิงกลของเชื้อ แบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร ในทั้งสองอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี และ วัตถุประสงค์ที่สาม เพื่อประเมินผลความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงกับความ ชุกของแมลงวัน การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันที่มีความสำคัญทางการแพทย์ได้ดำเนินการ โดยการใช้กับดักแมลงวัน ดักจับแมลงวัน ในทุกเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2553 ถึงเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2554 และใช้เนื้อวัวหนัก 250 กรัม ที่ถูกทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาหนึ่งวัน เป็นเหยื่อล่อ ผลการศึกษาพบว่า แมลงวันทั้งหมด 11,539 ตัว ประกอบด้วยแมลงวันจากสาม วงศ์หลักคือ Calliphoridae (6 ชนิด) Muscidae (7 ชนิด) และ Sarcophagidae (14 ชนิด) ใน อำเภอเมืองอุบลราชธานี ความชุกของแมลงวันพบมากที่สุดในบริเวณร้านอาหารตลอด ระยะเวลาการสำรวจ แต่ในอำเภอวารินชำราบ พบว่าแมลงวันมีความชุกใกล้เคียงในทุกจุด สำรวจ เมื่อจำแนกชนิดของแมลงวันที่จับได้ พบว่า แมลงวันหัวเขียวชนิด C. megacephala และแมลงวันบ้าน M. domestica เป็นแมลงวันชนิดที่พบได้มากกว่าชนิดอื่นในทุกจุดสำรวจ สำหรับ C. megacephala พบได้มากที่กองขยะ ร้านอาหาร โรงอาหารของโรงเรียน และบริเวณ ทุ่งนา ส่วน M. domestica พบมากที่ตลาดสด นอกจากนี้ การศึกษาครั้งนี้ยังพบแมลงวันที่มี ความสำคัญทางการแพทย์อีกหลายชนิดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์และมีความสามารถ ในการนำเชื้อโรคมาสู่มนุษย์ได้อีกด้วย สำหรับการจำแนกเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารจากแมลงวันหัวเขียว และแมลงวันบ้าน ดำเนินการศึกษาทุกเดือนตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 ถึงเดือนสิงหาคม 2554 โดยจับแมลงวัน C. megacephala และ M. domestica ชนิดละห้าตัว ของแต่ละจุดสำรวจด้วย สวิงจับปลอดเชื้อ หลังจากนั้นทำการการจำแนกเชื้อแบคทีเรียจากแมลงวันแต่ละตัว ผล การศึกษาพบว่า C. megacephala และ M. domestica สามารถนำเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด ที่จัดอยู่ใน 15 สกุล ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ก่อให้เกิดโรคและไม่ก่อให้เกิดโรค แบคทีเรียที่จำแนกได้ จากแมลงวันทั้งสองชนิดนี้มากที่สุด คือ coagulase-negative staphylococci รองมาคือ Streptococcus group D non-enterococci จากแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินที่จำแนกจาก แมลงวันสองชนิด ได้แก่ Salmonella sp., Shigella sp., E. coli O157:H7 and S. typhi นอกจากนี้ยังจำแนกแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอื่นได้อีกเช่น Staphylococcus aureus และ Pseudomonas aeruginosa ผลการศึกษายังพบว่า C. megacephala มีความสามารถในการ เป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียได้ดีกว่า M. domestica การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าแมลงวันสองชนิด นี้สามารถเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และอาจทำให้มนุษย์มี ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากการได้รับเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ได้ ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี พบว่าเดือนกันยายน 2553 ถึง เดือนสิงหาคม 2554 มีจำนวนผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในอำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวาริน ชำราบ ทั้งหมด 9,450 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วย 5,099 รายจากอำเภอเมืองอุบลราชธานี และผู้ป่วย 4,351 ราย จากอำเภอวารินชำราบ โดยในเดือนมกราคม มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดในทั้งสอง อำเภอ ซึ่งสอดคล้องกับผลการจำแนกเชื้อ S. typhi และ E. coli O157:H7 (EHEC) จาก แมลงวัน C. megacephala และ M. domestica ที่จับจากทุกจุดสำรวจ ข้อมูลนี้มีความสำคัญที่อาจนำไปใช้ในการพัฒนาเพื่อควบคุมแมลงวัน และวางแผนใน การจัดการด้านสุขาภิบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ในอนาคตควรมีการศึกษาผลของการ เปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และศึกษาผลกระทบระหว่างชนิดของแมลงวันกับการเป็น พาหะนำเชื้อแบคทีเรียในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย The association of flies as mechanical vectors of pathogens causing gastrointestinal illness has been documented in various parts of the world. Current research involving the distribution and abundance of medically important flies in Thailand is limited. Moreover, the role of the house fly, Musca domestica, and the blow fly, Chrysomya megacephala, which are the two most prevalent fly species (90%) in urban areas of Thailand, as carriers of the bacterial pathogens associated with diarrhoeal disease in Ubon Ratchathani has not yet been studied. There are three main objectives of this study. The first is to investigate the seasonal distribution and abundance of medically important flies in the Muang Ubon Ratchathani district, an area of high diarrhoeal disease incidence and Warinchamrap District, an area of low diarrhoeal disease incidence of the Ubon Ratchathani province. Survey of each district were conducted at fresh-food markets, garbage piles, restaurants, school cafeterias and rice paddy fields, where flies may come into contact with both unsanitary locations and human food. Traps baited with tainted beef were used to collect adult flies at each study site on a monthly basis from September 2010 – February 2011. The second objective is to clarify the relationship between M. domestica and C. megacephala with pathogenic enteric bacteria by isolating and culturing known pathogenic enteric bacteria from both study areas. The third objective is to determine the relationship between diarrhoeal disease incidence, which was consisted of data obtained from the Ministry of Public Health, and fly abundance. The seasonal distribution and abundance of medically important flies were collected from September 2010 – February 2011. Customized reconstructable funnel fly traps baited with 250 grams of 1-day tainted beef were used for fly collections. A total of 11,539 flies were captured, primarily consisting of three main families including: Calliphoridae (6 species), Muscidae (7 species) and Sarcophagidae (14 species). Seasonal abundance of medically important fly collected in Muang Ubon Ratchathani district presented the highest abundance of medically important flies were recovered from the restaurant sites among 12 months. However, seasonal abundance of medically important fly collected from five sites in Warinchamrap district, the number of flies was offered as equally. C. megacephala and M. domestica were the dominant species collected from both districts at all collection sites. C. megacephala was predominant in garbage piles, restaurants, school cafeterias and paddy fields while M. domestica was numerically dominant in fresh-food markets. The current survey identified various species of medically important flies with close associations to humans and with the ability to transmit human pathogens in Ubon Ratchathani province. For isolation of pathogenic enteric bacteria, five flies of each species were collected using sterilized insect sweep nets from each site every month from September 2010 – February 2011. Bacteria were cultured from individual flies on appropriate bacterial culture media. C. megacephala and M. domestica were shown to be carriers of multiple species of bacteria, demonstrating their potential to be mechanical vectors of human pathogenic bacteria. A total of 15 bacterial genera were isolated, including both potentially pathogenic and non-pathogenic bacteria. The most common bacterium isolated from C. megacephala and M. domestica was coagulase-negative staphylococci followed by Streptococcus group D non-enterococci. Among these were human pathogenic enteric bacteria including Salmonella sp., Shigella sp., E. coli O157:H7 and S. typhi, important agents of gastroenteritis. Furthermore, other human pathogens were found such as Staphylococcus aureus and Pseudomonas aeruginosa. The result of this study indicated that C. megacephala plays a greater role of mechanical carrier than M. domestica. The bacteria described in this study were obtained from C. megacephala and M. domestica within human habitats presenting a potential human risk for disease transmission. Total 9,450 diarrhoeal disease cases were reported by UbonRatchathani Public Health Office during September 2010 – August 2011. The number of diarrhoeal disease cases in Muang Ubon Ratchathani and Warinchamrap district yielded a total of 5,099 and 4,351 cases, respectively. The highest number of diarrhoeal disease cases in Muang Ubon Ratchathani and the Warinchamrap district were also show in January. The results of seasonal number of C. megacephala and M. domestica positive for S. typhi and E. coli O157:H7 (EHEC) collected from all sites was shown as the same trend of diarrhoeal disease cases from two districts. This study providing crucial information that may be used for developing control and sanitation management plans in this particular area. Further studies should address the impact of climatic, temporal and fly species interactions on the bacteria carried by medically important flies in this region of Thailand.

บรรณานุกรม :
ธารินี ไชยวงศ์ . (2556). การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวเพื่อประเมินการเป็นพาหะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารในอำเภอที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมากและน้อยของจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธารินี ไชยวงศ์ . 2556. "การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวเพื่อประเมินการเป็นพาหะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารในอำเภอที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมากและน้อยของจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธารินี ไชยวงศ์ . "การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวเพื่อประเมินการเป็นพาหะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารในอำเภอที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมากและน้อยของจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ธารินี ไชยวงศ์ . การศึกษาความชุกในแต่ละฤดูของแมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวเพื่อประเมินการเป็นพาหะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารในอำเภอที่มีอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงมากและน้อยของจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.