ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสามารถของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากกล้วยในการผลิตสารทุติยภูมิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสามารถของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากกล้วยในการผลิตสารทุติยภูมิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต
นักวิจัย : วิพรพรรณ์ เนื่องเม็ก
คำค้น : Banana , Colletotrichum musae , endophytic fungi , post harvest disease , กล้วย , เชื้อรำเอนโดไฟท์ , โรคหลังกำรเก็บเกี่ยว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180177 , http://research.trf.or.th/node/7438
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

กำรทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษำผลของเชื้อรำและสำรสกัดจำกเชื้อรำเอนโดไฟท์ (Nodulisporium sp.) ที่แยกได้จำกกล้วยป่ำในกำรป้องกันกำจัดเชื้อรำสำเหตุโรคแอนแทรคโนสในกล้วยทั้งในระดับแปลงและหลังกำรเก็บเกี่ยว โดยในกำรทดลองระดับแปลงนำกล้วยที่ได้จำกกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อมำปลูกในดินที่อบฆ่ำเชื้อแล้ว แบ่งกำรทดลองออกเป็น 4 กรรมวิธี ได้แก่ T1 = ไม่ปลูกเชื้อ (control) T2 = ปลูกเชื้อสำเหตุเพียงอย่ำงเดียว (Colletotrichum musae) T3 = ปลูกเชื้อรำเอนโดไฟท์เพียงอย่ำงเดียว (Nodulisporium sp.) และ T4 = ปลูกเชื้อรำเอนโดไฟท์ร่วมกับเชื้อสำเหตุโรค (Nodulisporium sp.+ Colletotrichum musae) วัดผลกำรเจริญเติบโต และกำรเกิดโรคทุกสัปดำห์ พบว่ำกำรเจริญของต้นกล้วยในทุกกรรมวิธีทดลองไม่แตกต่ำงกัน แต่พบว่ำต้นกล้วยที่จำกกรรมวิธีที่ปลูกเชื้อเอนโดไฟท์มีกำรเกิดโรคทั้งในแปลงและหลังกำรเก็บเกี่ยวน้อยกว่ำชุดควบคุมอย่ำงมีนัยสำคัญทำงสถิติ กำรศึกษำคุณภำพหลังกำรเก็บเกี่ยวของกล้วยในกำรที่เคลือบด้วยสำรสกัดจำกเชื้อรำเอนโดไฟท์ ทำกำรทดลองโดยใช้กล้วยหอมทอง แบ่งกำรทดลองเป็น 9 กรรมวิธี สังเกตและบันทึกกำรเปลี่ยนแปลงคุณภำพกำยภำพ กำรเปลี่ยนแปลงทำงเคมี และคุณภำพในกำรบริโภค พบว่ำกรรมวิธีที่ฉีดพ่นด้วยสำรสกัดจำกเชื้อรำเอนโดไฟท์ 3% มีกำรเกิดโรคน้อยกว่ำกรรมวิธีอื่นๆ อย่ำงมีนัยสำคัญทำงสถิติ กำรศึกษำกำรสร้ำงสำรกระตุ้นกำรเจริญเติบโตของเชื้อรำเอนโดไฟท์ โดยวิธี bioassay พบว่ำ เชื้อรำไอโซเลท JWL 1-8 สำมำรถโค้งได้มำกที่สุดเท่ำกับ 4 ซึ่งมำกกว่ำชุดควบคุม (Auxin) อย่ำงมีนัยสำคัญทำงสถิติ กำรศึกษำสภำวะที่เหมำะสมในกำรสร้ำงสำรปฏิชีวนะจำกเชื้อรำ Nodulisporium sp. โดยเลี้ยงในอำหำร 4 ชนิด ดวำมเปฌ็นกรด-ด่ำง 4 ระดับ และ 5 อุณหภูมิ โดยวิธี paper disc agar diffusion assay โดยใช้เชื้อรำ Colletotrichum musae เป็นเชื้อทดสอบ พบว่ำอำหำร Potato Dextrose Broth + 0.2% yeast extract ที่ pH 6.5 และอุณหภูมิ 25 ºC. เป็นสภำพวะเหมำะสมต่อกำรผลิตสำรทุติยภูมิ โดยทำให้เกิดเคลียโซน 1.0 - 1.5 ซม. กำรตรวจสอบคุณภำพทำงเคมีโดยเทคนิค High Performance Liquid chromatography (HPLC) พบว่ำในสำรตัวอย่ำง Nodulisporium sp. (ไอโซเลท KPP4-3) มีปริมำณ Penicillin 23.07 ppm/0.05 กรัม และมีปริมำณ Chloramphenical 98.78 และ 73.90 ppm/0.05 กรัม ส่วนสำรตัวอย่ำง unidentified (JWL) มีปริมำณ Penicillin 37.18 ppm/0.05 กรัม และมีปริมำณ Chloramphenical 95.95 และ 141.32 ppm/0.05 กรัม Crude extract from Nodulisporium sp.; an endophytic fungi from banana were tested in the posthavest biocontrol of Colletotrichum musae in banana. The experiment were carried out to determine the suitable concentration of crude extract for coating banana fruit. The crude extract with five concentration compare with control. The coated banana fruits were kept at room temperature. After storage for 8 days, it was found that banana fruits coated with 5% of crude extract were significant reduced anthracnose disease. Findings from these tests will enhance the implementation of endophytic fungi for the biological control of anthracnose disease of banana. The studied on ability of endophytic fungi from Musa sp. to produce plant growth-promoting substances by using bioassay method found that isolate JWL 1-8 produced highest auxin that control. The optimization of medium, pH and temperature were tested for antifungal antibiotics production from Nodulisporium sp.; an endophytic fungi from banana. Four media, four pH and five temperature were used for fermentation. A paper disc agar diffusion assay method was used to check the activity of resulting supernatants. Colletotrichum musae (causal agent of banana anthracnose disease) was use as test organisms. The results showed that the optimum condition of Nodulisporium sp. for produce antifungal compound were culture in media contain with Potato Dextrose Broth + 0.2% yeast extract at pH 6.5 and 25 ºC. This condition were the best condition for produce antibiotic compound to inhibit growth of C. musae and the inhibition zone were 1.0 - 1.5 cm. Chemical quality from endophytic fungi studied by using High Performance Liquid chromatography (HPLC) found that crude extract from Nodulisporium sp. (ไอโซเลท KPP4-3) contain with Penicillin 23.07 ppm/0.05 g and Chloramphenical 98.78 and 73.90 ppm/0.05 g, while crude extract from unidentified (JWL) contain with Penicillin 37.18 ppm/0.05 g and Chloramphenical 95.95 and 141.32 ppm/0.05 g

บรรณานุกรม :
วิพรพรรณ์ เนื่องเม็ก . (2557). ความสามารถของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากกล้วยในการผลิตสารทุติยภูมิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิพรพรรณ์ เนื่องเม็ก . 2557. "ความสามารถของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากกล้วยในการผลิตสารทุติยภูมิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิพรพรรณ์ เนื่องเม็ก . "ความสามารถของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากกล้วยในการผลิตสารทุติยภูมิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
วิพรพรรณ์ เนื่องเม็ก . ความสามารถของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่แยกได้จากกล้วยในการผลิตสารทุติยภูมิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.