ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยใช้ระบบเอเอสบีอาร์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยใช้ระบบเอเอสบีอาร์
นักวิจัย : นันทพงศ์ จันทมาศ
คำค้น : สารประกอบอินทรีย์ , น้ำเสีย -- การบำบัด , น้ำมันปาล์ม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชวลิต รัตนธรรมสกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16875
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การกวนผสมและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเดินระบบที่มีผลต่อระบบบำบัดแบบไร้อากาศ ระดับของการกวนผสมวัดได้ในรูปของความลาดชันความเร็ว การทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ทำการทดลองโดยใช้ถังปฏิกรณ์กวนสมบูรณ์ที่มีการกวนในแนวตั้งและแนวนอน ขนาด 10 ลิตร ผลการทดลองพบว่าเมื่อเพิ่มความลาดชันความเร็วจาก 25 เป็น 50 75 และ 100 ต่อวินาที อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์เป็น 12 กรัมซีโอดีต่อลิตรต่อวัน มีผลทำให้สัดส่วนของกรดไขมันระเหยต่อสภาพด่างเพิ่มขึ้นตามความลาดชันความเร็ว โดยที่ความลาดชันความเร็ว 50 ต่อวินาที ทั้งในถังปฏิกรณ์ที่มีการกวนในแนวตั้งและแนวนอนมีประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีได้สูงสุดคือ 76.00 และ 81.75 เปอร์เซนต์ ผลิตแก๊สชีวภาพได้สูงสุดคือ 204 และ 51 มิลลิลิตรต่อวันตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนแก๊สมีเทนเท่ากัน 43 เปอร์เซนต์ เมื่อลดอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์เป็น 10 8 และ 5 กรัมซีโอดีต่อลิตรต่อวัน ที่ความลาดชันความเร็วเท่ากันคือ 50 ต่อวินาที พบว่าปริมาณฟองและคราบสบู่ที่ผิวหน้าถังปฏิกรณ์กวนสมบูรณ์ลดลงตามอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ ที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 10 กรัมซีโอดีต่อลิตรต่อวัน ทั้งในถังปฏิกรณ์ที่มีการกวนในแนวตั้งและแนวนอนมีประสิทธิภาพการจัดซีโอดีได้สูงสุดคือ 80.71 และ 84.31 เปอร์เซนต์ตามลำดับ โดยที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 5 กรัมซีโอดีต่อลิตรต่อวัน สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้สูงสุดคือ 424 และ 420 มิลลิลิตรต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนแก๊สมีเทน 51 และ 48 เปอร์เซนต์ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดีของถังปฏิกรณ์ที่มีการกวนในแนวตั้งและแนวนอนพบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญและสำหรับการกวนในแนวตั้งมีผลให้เกิดฟองและคราบสบู่ที่ผิวหน้าของถังปฏิกรณ์กวนสมบูรณ์น้อยกว่าการกวนในแนวนอน

บรรณานุกรม :
นันทพงศ์ จันทมาศ . (2552). ผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยใช้ระบบเอเอสบีอาร์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทพงศ์ จันทมาศ . 2552. "ผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยใช้ระบบเอเอสบีอาร์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทพงศ์ จันทมาศ . "ผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยใช้ระบบเอเอสบีอาร์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
นันทพงศ์ จันทมาศ . ผลของความลาดชันความเร็วและอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่อการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยใช้ระบบเอเอสบีอาร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.