ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านใหม่ป่าหมาก ต.ห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านใหม่ป่าหมาก ต.ห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2
นักวิจัย : สุมนมาลย์ สิงหะ
คำค้น : สมุนไพร , แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG46N0009 , http://research.trf.or.th/node/5686
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ภูมิปัญญาสมุนไพรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีที่มาจากความต้องการชุมชนที่จะพลิกฟื้นความรู้ พัฒนาความรู้และจัดการความรู้ท้องถิ่น สร้างกระบวนการเรียนรู้ – ถ่ายทอดจากผู้รู้สู่คนรุ่นใหม่ โดยมองเรื่อง “ ภูมิปัญญาสมุนไพรจึงนำมาซึ่งงานวิจัยดังนี้ 1) ข้อมูลด้านบริบทชุมชน 2) ข้อมูลด้านการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา ความจำเป็นในการใช้สมุนไพรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมแบ่งได้ 3 ยุคได้แก่ 1) ยุคตั้งถิ่นฐานชุมชนปกากะญอ มีความสัมพันธ์เครือญาติที่เข้มข้น ชุมชนต้องมีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม การสั่งสมประสบการณ์ใช้สมุนไพร ระบบคุณค่าของการพึ่งตนเองเกือบทุกด้าน ยุคที่ 2) เป็นยุคที่ชุมชนเริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเงินตรา การพัฒนาที่ไม่สอดคล้องซึ่งไม่สามารถกลืนกลายวัฒนธรมเกื้อกูลธรรมชาติและระบบเครือญาติ ยุคที่ 3) การแทนที่ของการศึกษาแผนใหม่ผ่านรัฐส่วนกลาง โดยผ่านโรงเรียนและอนามัยส่งผลต่อชุมชน และ“ระบบความรู้” สมุนไพรชัดเจนในปัจจุบัน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) ความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมไม่เป็นลายลักษณ์อักษรและกระจัดกระจายในกลุ่มผู้รู้ 2) การใช้ประโยชน์ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์จึงเกิดความมั่นใจในการใช้แนะนำผู้อื่น 3) การจัดการความรู้ การถ่ายทอดตามวัฒนธรรมบอกเล่าของผู้รู้ ไม่ได้ถูกขยายสู่กลุ่มต่างๆ ในชุมชน ในยุคปัจจุบันที่ชุมชนเปลี่ยนแปลงโฉมหน้า ภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกล้อมกรอบดังกล่าว วัฒนธรรมการใช้สมุนไพรถูกลืมเลือน คิดค้นและผสมผสาน ตามการเดินทางเคลื่อนย้ายของผู้คนที่ไม่ติดตรึงกับพื้นที่ ในขณะที่ ยาแผนปัจจุบันที่เป็นทางเลือกใหม่ที่สะดวกสบายกว่า การอธิบายและการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนใหม่ ที่อธิบายเป็นเหตุ-เป็นผลแบบวิทยาศาสตร์ ระบบคิดทฤษฏีที่สามารถพิสูจน์ได้ เป็นที่ยอมรับและสร้างความมั่นใจแก่คนทั่วไป 3) ข้อมูลวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนและกระบวนการวิจัย 3.1 ความรู้การใช้สมุนไพรรักษาตนเองที่มีลักษณะกระจัดกระจาย ไม่สามารถพุ่งเป้าไปที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ใช้การประสานงานทุกกลุ่มชาวบ้าน และกิจกรรมเสริมสร้างวัฒนธรรมบอกเล่าแต่เดิม เพื่อนำไปสู่วัฒนธรรมแบบลายลักษณ์อักษร 3.2 การใช้ประโยชน์สมุนไพรของชาวบ้านจะสอดคล้อง อุดมการณ์ในการยังชีพ ที่ใช้อย่างพอเพียง ไม่สะสม มีความภาคภูมิใจในตนเอง การพึ่งพิงทรัพยากรที่อยู่บนฐานของความเชื่อ เคารพนับถือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ 3.3 การ บริหารจัดการความรู้ ได้ค้นหาช่องทางการถ่ายทอดโดยใช้กิจกรรมรวมหมู่ชุมชน การปรับวัฒนธรรมบอกเล่าให้เป็น กิจสาธารณะ ผ่านกลไกโครงสร้างทางสังคม และการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างแหล่งเรียนรู้ดั้งเดิมกับแหล่งเรียนรู้ใหม่ (โรงเรียนกับชุมชน) โดยอาศัยเครื่องมือสื่อความหมายที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจภายในและนอกชุมชน สุรปและวิเคราะห์ผล ในการดำเนินงานวิจัย สิ่งสำคัญที่ต้องควานหาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการคือการหา จุดสัมผัส ร่วมกันกับชาวบ้าน ความหมายของ “ คุณค่า ” สมุนไพรได้ถูกสื่อสารทางคำบอกเล่า กิจวัตรประจำวันและการดำเนินงาน สะท้อนโต้ตอบกันไปมาระหว่างทีมวิจัยกับชุมชน อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งความหมายในคุณค่านั้นได้มีความเคลื่อนไหวในแง่เข้มข้นขึ้น อันเกิดจาก ความตระหนัก ของกลุ่มคน กลุ่มผู้รู้ กลุ่มเด็กเยาวชนและโรงเรียน ที่ได้คลี่คลายการเรียนรู้ร่วมกัน โดยผ่านกระบวนการทบทวนภูมิปัญญา และวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก ภายใน และดึงศักยภาพชุมชนตนเองมาใช้ต่อรอง และนำเสนอ “วิทยาศาสตร์ชาวบ้าน” หรือความรู้สมุนไพรอันเป็นกระแสรองของชาวบ้านสู่โรงเรียนเพื่อขยายความรู้สู่เด็กรุ่นใหม่ๆ ในชุมชน ซึ่งตามแนวทางนี้ไม่ได้เป็นคำตอบสำเร็จรูป และเป็นก้าวที่ยาวนัก เพียงแต่ได้ขยับจาก “สิทธิการใช้”พื้นฐานสู่การพัฒนาภูมิปัญญา เพื่อชุมชนจึงได้แนวทางเลือกการอนุรักษ์ภูมิปัญญาสมุนไพรตามเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง อย่างไรก็ตามองค์ความรู้ในการจัดการภูมิปัญญาสมุนไพรชุมชนใดชุมชนหนึ่งนั้นจะสามารถดำรงอยู่เพื่อรับใช้ชุมชนนั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการถ่ายทอดเรียนรู้และกลุ่มคนในชุมชนที่คอยผสมผสานความรู้ภายในภายนอกต่อจากโครงการวิจัยฯ เพื่อเกิดการพัฒนาความรู้ของชุมชนอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการพัฒนาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

บรรณานุกรม :
สุมนมาลย์ สิงหะ . (2547). การอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านใหม่ป่าหมาก ต.ห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุมนมาลย์ สิงหะ . 2547. "การอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านใหม่ป่าหมาก ต.ห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุมนมาลย์ สิงหะ . "การอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านใหม่ป่าหมาก ต.ห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
สุมนมาลย์ สิงหะ . การอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านใหม่ป่าหมาก ต.ห้วยปูลิง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.