ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2
นักวิจัย : รัศมี ชูทรงเดช
คำค้น : Anthropology , Archaeology , history , Khun Yuam , Mae Hong Son province , Pai , Pang Mapha , การจัดการมรดกวัฒนธรรม , ขุนยวม , ความยั่งยืน , ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น , ปางมะผ้า , ปาย , มานุษยวิทยา , แม่ฮ่องสอน , โบราณคดี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53O0008 , http://research.trf.or.th/node/5283
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยเรื่องการสืบค้นและจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่สอง เป็นโครงการที่รวบรวมข้อมูลทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และมานุษยวิทยาให้ลุ่มลึกขึ้น ต่อยอดจากโครงการวิจัยฯ ระยะที่หนึ่ง เพื่อเป็นฐานข้อมูลและแนวทางสำหรับฟื้นฟู อนุรักษ์ และจัดการสืบสานทรัพยากรทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อไป วัตถุประสงค์ของโครงการ คือ1) เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของคน สังคม และวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม 2) เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมทั้งในอดีตและปัจจุบัน 3) เพื่อประมวลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากประวัติความทรงจำ/ประวัติศาสตร์บอกเล่าของคนที่อาศัยอยู่ในอำเภอปาย ปางมะผ้า และขุนยวม 4) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้เกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่น และประวัติของพื้นที่ในอำเภอปาย ปางมะผ้าและขุนยวมจากอดีตถึงปัจจุบัน 5) เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมสำหรับการจัดการความรู้และการท่องเที่ยว และ 6) เพื่อพัฒนาหลักสูตร แหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และเชื่อมโยงเส้นทางของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม ผลการวิจัย ทำงานได้ตามแผนที่กำหนดไว้ คือ 1) การสำรวจแหล่งโบราณคดีและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ จำนวนทั้งหมด 26 แห่ง แบ่งออกเป็น อำเภอปางมะผ้า 26 หมู่บ้าน อำเภอปาย 8 หมู่บ้าน และ อำเภอขุนยวม 5 หมู่บ้าน 2) งานด้านโบราณคดี ผลการสำรวจพบแหล่งโบราณคดีจำนวนทั้งสิ้น 10 แหล่ง เป็นแหล่งโบราณคดีที่พบในอำเภอปางมะผ้าจำนวน 6 แห่ง ในพื้นที่อำเภอขุนยวมอีกจำนวน 4 แหล่ง ซึ่งแหล่งโบราณคดีที่พบสามารถลำดับพัฒนาการทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่อง คือ มีร่องรอยการอยู่อาศัยของคนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์: วัฒนธรรมหินใหม่(ประมาณ 4,000-2,600 ปีมาแล้ว) ต่อมาสมัยวัฒนธรรมโลงไม้ (2,600-1,100 ปีมาแล้ว) และสมัยล้านนา (พุทธศตวรรษที่ 21-22) และได้ทำการศึกษาโบราณวัตถุสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2485-88) ภายในอนุสรณ์สถานไทย-ญี่ปุ่น 3) งานด้านประวัติศาสตร์ ผลจากการเก็บข้อมูลชุมชนต่างๆ พบว่า พื้นที่อำเภอปางมะผ้าเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มชาติพันธ์ที่หลากหลาย ส่วนใหญ่มีการอพยพโยกย้าย ในช่วงระยะ 50 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธ์บางกลุ่มในอำเภอปาย และขุนยวม ซึ่งการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานในแต่ละครั้ง มักจะสืบเนื่องมาจากการแสวงหาที่ทำกินเป็นหลัก โดยชุมชนต่างๆ ในอำเภอปาย ปางมะผ้า และขุนยวมนั้นมีการติดต่อสัมพันธ์กัน ทั้งชุมชนที่มีชาติพันธ์เดียวกัน และต่างชาติพันธ์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ การทำมาหากิน 4) งานด้านมานุษยวิทยาและการวิจัยเชิงกระบวนการ มีการดำเนินงาน 2 ส่วนคือ การจัดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และการจัดการความรู้ระหว่างทีมวิจัยกับชุมชนของหมู่บ้านต่อแพ อำเภอขุนยวมและบ้านใหม่ดอนตัน อำเภอปาย พบว่าการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมต้องพึ่งพาอาศัยกันบนพื้นฐานของความสัมพันธ์กับชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมที่ชุมชนสามารถสร้างการเรียนรู้ร่วมกันได้ การสร้างความรู้ และสร้างคำอธิบายเกี่ยวกับความรู้ด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับโครงการวิจัยได้อย่างหลากหลายชุดความรู้ 5) กิจกรรม การเผยแพร่และใช้ประโยชน์สาธารณะ ดำเนินการจัดกิจกรรมกลุ่มย่อยและเสวนาเวทีชาวบ้าน 11 ครั้ง เรื่องการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม ที่บ้านเมืองแปง - บ้านใหม่ดอนตันอำเภอปาย และบ้านต่อแพ-บ้านหลวง อำเภอขุนยวม เพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผ่นพับมรดกทางวัฒนธรรมที่มาจากผลการวิจัยของทั้ง 3 ทีม และแนวทางในการจัดการองค์ความรู้ในอนาคต รวมทั้งเผยแพร่การวิจัยและการใช้ประโยชน์สาธารณะในรูปแบบต่างๆ จำนวน 22 รายการ The Exploration and Sustainable Heritage Management in Pai-Pang Mapha- Khun Yuam Districts, Mae Hong Son Province Project Phase II is a project that was built upon Phase I. It collected the archaeological, historical, and anthropological data in depth in order to set up a database system and explore the conservation and management plan. This project is an area-based and multidisciplinary research involving archaeology, history, anthropology, and heritage management. Research goals include: 1) to generate a new body of knowledge concerning people, socio-cultural development in research area; 2) to generate a knowledge on an interaction between human and environment; 3) to synthesis and reconstruct a local history based on an oral history; 4) to integrate and synthesis information from analyses in order to reconstruct the cultural histories; 5) to establish a data base for the local cultural heritages; and 6) to apply the research knowledge for the development and strengthen the local communities through cultural heritage. The research has been conducted as planned. The results of research include 1) surveyed archaeological and historic sites in Pai-Pang Mapha-Khun Yuam. A total of 26 sites were found; 2) archaeological research: a total of 10 sites were found, 6 in Pang Mapha, and 4 in Khun Yuam. The information generated the body of knowledge on the cultural development in from Paleolithic period (32,000-5,000 years ago), Neolithic period (4,000-2,600 years ago); Iron period (2,600-1,100 years ago) and Lanna period (300-400 years ago) and studies WWII artifacts in the Thai-Japanese Memorial Place; 3) historical research shows that Pang Mapha has high number of ethnic diversity. Most of them migrated to the area no later than 50 years ago. The same migration pattern was also found in Pai and Khun Yuam districts. The major reason for the migration was the expansion of agricultural land. The interaction between population has been documented both within the same- and between ethnic groups; especially, the economic interaction; 4) anthropological and participatory research: two parts were conducted including the community involvement and the knowledge management between the research team and communities from Ban Tor Pae, Khun Yuam district and Ban Mai Don Tan, Pai district. The result showed that the community involvement relied upon personal relationships between villagers, community leaders, and religious leaders who are the major mechanism assisting the involvement of learning process, knowledge generation and explanation of the different sets of archaeological, historical and cultural knowledge; and 5) activities and public education:11 meetings on the management of heritage management in Ban Muang Pang-Ban Mai Don Tan, Pai district and Ban Tor Pae-Ban Luang, Khun Yuam District. The specific activities included the brain storming on the brochures based on research results and future of knowledge management plan. A total of 22 publication were generated during the Phase II.

บรรณานุกรม :
รัศมี ชูทรงเดช . (2554). การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
รัศมี ชูทรงเดช . 2554. "การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
รัศมี ชูทรงเดช . "การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
รัศมี ชูทรงเดช . การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.