ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ
นักวิจัย : ณัชชา มหปุญญานนท์
คำค้น : critical thinking ability , Factor , LISREL , ความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้น , คิดวิจารณญาณ , ปัจจัย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180351 , http://research.trf.or.th/node/4942
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มุ่งศึกษาโมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ การดำเนินการวิจัย มีขั้นตอนในการวิจัยสองระยะ ดังนี้ ระยะที่หนึ่งศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับทักษะการคิดวิจารณญาณของนักเรียน โดยการวิเคราะห์อภิมาน โดยมีประชากรในการวิจัย ได้แก่ วิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษาหรือรายงานการวิจัยที่เกี่ยวกับการคิดวิจารณญาณที่เผยแพร่บนฐานข้อมูล ThaiLIS ตั้งแต่ ปี พ. ศ. 2531 – 2551จำนวน 221 เล่ม และกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ วิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษาหรือรายงานการวิจัยที่เกี่ยวกับการคิดวิจารณญาณที่เผยแพร่บนฐานข้อมูล ThaiLIS ตั้งแต่ ปี พ. ศ. 2531 – 2551จำนวน 70 เล่ม ซึ่งคัดเลือกมาจากประชากรโดยใช้วิธีเลือกตามเกณฑ์ในการคัดเลือกงานวิจัยที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้น ระยะที่สองพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีประชากรในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนที่กำลังศึกษา ปีการศึกษา 2553ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 จำนวน 2,175,040 คน และช่วงชั้น 4 จำนวน 984,093 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,159,133 คนและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยระยะที่ 2 ได้แก่ นักเรียนที่กำลังศึกษา ปีการศึกษา 2553 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้มาโดยทำการสุ่มแบบหลายชั้น ซึ่งผู้วิจัยจะทำการสุ่มตัวอย่างจาก 5 ภาคเพื่อให้ครอบคลุมภาพรวมของประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด ทำการสุ่มจังหวัดละ 2 เขตพื้นที่การศึกษา รวม 20 เขตพื้นที่การศึกษา ทำการสุ่มโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษาละ 3 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 60 โรงเรียน ทำการสุ่มนักเรียนจากโรงเรียน ๆ ละ 40 คน เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ระดับการศึกษาละ 20 คนต่อโรงเรียน รวมกลุ่มตัวอย่าง ทั้งสิ้น จำนวน 2,400 คน ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยนั้นผู้วิจัยนำผลการวิจัยในระยะที่ 1 มากำหนดเป็นตัวแปรที่ศึกษาในระยะที่ 2 แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ตัวแปรสาเหตุ ประกอบด้วย การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ความสามารถในการอ่าน และการเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย และตัวแปรตาม คือ ทักษะการคิดวิจารณญาณ ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้แก่ ปัจจัยด้านการเรียนการสอน ปัจจัยด้านผู้เรียน และปัจจัยส่วนบุคคลและการอบรมเลี้ยงดู ซึ่งแต่ละปัจจัยประกอบไปด้วยปัจจัยย่อยต่าง ๆ ดังนี้ 1.1 ปัจจัยด้านการเรียนการสอน ประกอบด้วย วิธีสอน สื่อการสอน และ บรรยากาศในการเรียนการสอน โดยปัจจัยย่อยที่มีค่าขนาดอิทธิพลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณสูงสุด คือ วิธีสอน 1.2 ปัจจัยด้านผู้เรียน ประกอบด้วย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการอ่าน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ความตั้งใจเรียน เจตคติในการเรียน และเชาวน์อารมณ์โดยปัจจัยย่อยที่มีค่าขนาดอิทธิพลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณสูงสุด คือความสามารถในการอ่าน 1.3 ปัจจัยส่วนบุคคลและการอบรมเลี้ยงดู ประกอบด้วย สถานภาพส่วนบุคคล ทัศนคติ และการเลี้ยงดูโดยปัจจัยย่อยที่มีค่าขนาดอิทธิพลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณสูงสุด คือการเลี้ยงดู 2. ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (inter correlation) ระหว่างตัวแปรอิสระด้วยกันมีค่าอยู่ระหว่าง 0.44 – 0.65 และมีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 ทุกค่า โดยตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กันมากที่สุด ได้แก่ บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กับความสามารถในการอ่าน (r = 0.57) รองลงมา ได้แก่ บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กับการอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (r = 0.50) และตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กันน้อยที่สุดได้แก่ ความสามารถในการอ่าน กับ การอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (r = 0.44 ) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม (Simple Correlation) พบว่า มีค่าอยู่ระหว่าง 0.50 – 0.65 และมีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 ทุกค่า ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับทักษะการคิดวิจารณญาณ มากที่สุดได้แก่ ความสามารถในการอ่าน (r = 0.65) รองลงมา ได้แก่ บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (r = 0.60) และการอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (r = 0.50) ตามลำดับ 3. การตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของรูปแบบความสัมพันธ์ตามสมมติฐานการวิจัยในครั้งแรก พบว่า รูปแบบยังไม่สอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงดำเนินการปรับแก้รูปแบบโดยการเพิ่มเส้นทางสัมพันธ์ระหว่างความคลาดเคลื่อนของตัวแปร ซึ่งในการปรับโมเดลทุกครั้ง สิ่งสำคัญที่ผู้วิจัยได้คำนึงถึงหลักความเป็นจริงตามทฤษฎีและความสมเหตุสมผลทุกครั้ง จนได้โมเดลที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์มากขึ้นและมีค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนทุกค่าอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดยกเว้นค่าไค-สแควร์ (Chi-square) เนื่องจาก ค่าไค-สแควร์มีความแปรผันไปตามขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ถ้าขนาดของกลุ่มตัวอย่างมีขนาดใหญ่ค่าไค-สแควร์มีแนวโน้มที่จะมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) ของความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีค่าเท่ากับ 0.64 แสดงว่าตัวแปรสาเหตุในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของทักษะการคิดวิจารณญาณ ได้ร้อยละ 64 4. ผลการวิเคราะห์เส้นทางในโมเดลความสัมพันธ์ของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ สามารถอธิบายได้ดังนี้ ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ เรียงตามขนาดอิทธิพลจากมากไปน้อย คือ ความสามารถในการอ่าน (TE = 0.46) บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (TE = 0.35) และ การอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (TE = 0.11) This research aims to study on the causal model of some factors that affect the critical thinking abilities of high school students in the academies of basic education under Office of the Basic Education, Ministry of Education. The purposes of this research are to study on the factors that affect the critical thinking abilities and to develop and verify the consistency of the causal model of factors that affect the critical thinking abilities of high school students in the academies of basic education with the empirical data. The research procedures consist of two phases as follows: The first phase is the study on the factors related to the critical thinking abilities of high school students by using the meta-analysis. The research population is the number of graduate theses or researches related to the critical thinking that published in ThaiLIS database from 1988 - 2008 in the amount of 221 studies. The research sample is graduate theses or research reports related to the critical thinking published in ThaiLIS from 1988-2008 in the amount of 77 studies that are selected from the population by using the criteria for research selection defined by the researcher. The second phase is the development and the verification of the causal model of factors that affect the critical thinking of students in the academies of basic education with the empirical data. The research population is number of the students studying in the academic year 2010 in the academies of basic education under Office of the Basic Education, Ministry of Education. This population consists of 2,175,040 Grade 9 students and 984,093 Grade 10 students. The total number of students is 3,159,133. The samples in the 2nd phase of this research are students studying in the academic year 2010 in the academies of basic education under Office of the Basic Education, Ministry of Education. These samples are selected by using the multi-stage sampling. The researcher will select students from 5 regions, such as Central, North, East, Northeast and South region in the total amount of 10 provinces, randomly select 2 education service areas in the total amount of 20 areas, randomly select 3 schools in each education service areas in the total amount of 60 schools, randomly select 40 students from each school consist of 20 junior high school students and the other half are senior high school students in the total amount of 2,400 students. For the variables used in this research, the researcher uses the findings of the 1st phase research as the variables for the 2nd phase study. The variables are categorized into 2 types: causal variables consisting of student-centered learning, reading skill and democratic upbringing; and dependent variable is the critical thinking. The research findings provided as follows: 1. The factors that affect the critical thinking abilities of students in the academies of basic education were schooling factors, learner factors, personal factors and upbringing factors. Each factor consists of the following sub-factors: 1.1 Schooling factors consisted of teaching, instruction media and schooling atmosphere. The sub-factor that had the highest influence on the critical thinking was teaching. 1.2 Learner factors consisted of educational achievement, reading skill, achievement motivation, willingness to learn, learning attitude and emotional quotient. The sub-factor that had the highest influence on the critical thinking was reading skill. 1.3 Personal and upbringing factors consisted of personal status, attitude and upbringing. The sub-factor that had the highest influence on the critical thinking was upbringing. 2. By analyzing the data, the inter correlation between independent variables were 0.44 – 0.65 and had positive relationship with statistic significance level of .01 in all variables. The variables that had the closest relationship were the role of teachers to conduct the student-centered learning and reading skill (r = 0.57). The variables that had close relationship were the role of teachers to conduct the student-centered learning and democratic upbringing (r = 0.50). The variables that had the least relationship were reading skill and democratic upbringing (r = 0.44). Pearson’s simple correlation coefficient between independent and dependent variables was 0.50 – 0.65 and had positive relationship with statistic significance level of .01 in all variables. The variables that had close relationship with the critical thinking were reading skill (r = 0.65), the role of teachers to conduct student-centered learning (r = 0.60), and democratic upbringing (r = 0.50) respectively. 3. The verification of the consistency of relationship model according to the hypothesis in the first research found that the model did not consistent with the empirical data, and then the researcher modified the model by adding relationship route between error variance. Every time the model was modified, the researcher always concerned the theoretical reality and causality and; finally, had the model that has higher consistency with the empirical data and the index of consistency according to the defined criteria, except for Chi-square because this value varied to the sample size. In other word, if the sample size is large, then Chi-square will tend to has statistical significance. Moreover, the regression coefficient (R2) of critical thinking abilities was equal to 0.64 indicated that the variables in the model could reveal the variation of critical thinking abilities for 64 percent. 4. The results from analyzing the relationship routes of the variables that influence the critical thinking abilities could be described as follows: the variables that directly influence the critical thinking abilities arranged in the descending order were reading skill (TE = 0.46), the role of teachers to conduct student-centered learning (TE = 0.35) and democratic upbringing (TE = 0.11)

บรรณานุกรม :
ณัชชา มหปุญญานนท์ . (2554). โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณัชชา มหปุญญานนท์ . 2554. "โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณัชชา มหปุญญานนท์ . "โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
ณัชชา มหปุญญานนท์ . โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิจารณญาณ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.