ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงกับกระบวนการสร้างความหมายในบริบทของสังคมสมัยใหม่: กรณีศึกษาเมืองหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงกับกระบวนการสร้างความหมายในบริบทของสังคมสมัยใหม่: กรณีศึกษาเมืองหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์
นักวิจัย : ปฐม หงษ์สุวรรณ
คำค้น : อาณาบริเวณชายแดน , เมืองชายแดน , แม่น้ำโขง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5210001 , http://research.trf.or.th/node/4384
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาเชิงมานุษยวิทยาชายแดนว่าด้วยกระบวนการสร้างความหมายเกี่ยวกับอาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงในบริบทของสังคมสมัยใหม่ ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจการสร้างความหมายเกี่ยวกับอาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงในมุมมองของชีวิตประจำวัน โดยศึกษากรณีชุมชนอ่างปลาบึกในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคายกับบ้านอ่าง เมืองศรีโคตระบอง แขวงเวียงจันทน์ ในฐานะที่เป็นชุมชนในอาณาบริเวณชายแดน (Borderland) ร่วมกัน และการต่อรองเพื่อผลิตสร้างความหมายว่าด้วยอาณาบริเวณชายแดนแห่งนี้ในบริบทของชีวิตประจำวัน ทั้งในแง่ของการผลิตซ้ำ การสร้างใหม่ และการสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน ภายใต้กรอบคิดสำคัญที่นำมาประกอบการศึกษา คือ 1) อาณาบริเวณชายแดน 2) การสร้างพื้นที่ทางสังคม และ 3) การต่อรองเชิงความหมาย การศึกษาในครั้งนี้ ผู้วิจัยสนใจเกี่ยวกับประเด็นกระบวนการสร้างความหมายว่าด้วยอาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงที่อยู่ภายใต้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในบริบทของสังคมสมัยใหม่ เพื่อพิจารณาว่ากลุ่มผู้คนที่มีถิ่นอาศัยอยู่บนพื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขงให้ความหมายเกี่ยวกับพื้นที่อาณาบริเวณชายแดนนี้อย่างไรบ้าง โดยดูว่ากลุ่มชนที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนซึ่งมิได้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของการพัฒนาภูมิภาคแม่น้ำโขงในแง่ของระบบทุนและเศรษฐกิจ อันเป็นชุมชนชายแดนชนบทนี้ชาวบ้านผู้มีบทบาทเป็นผู้กระทำในฐานะ “คนตัวเล็กตัวน้อย” ได้ให้ความหมายกับอาณาบริเวณชายแดนนี้อย่างไร โดยทำการศึกษาผ่านกระบวนการให้ความหมายชุมชนอ่างปลาบึกที่เป็นชุมชนในจินตนาการ ซึ่งมิได้ปรากฏตัวอยู่ในชุมชนทางการเมืองหรือภูมิรัฐศาสตร์ของทั้งรัฐชาติไทยและรัฐชาติลาว อันเกิดจากการมองของผู้คนในท้องถิ่นในเชิงพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือจากเขตแดนของรัฐชาติที่จินตนาการขึ้น และเป็นชุมชนที่มิได้ปรากฏอยู่ในแผนที่ซึ่งรัฐได้กำหนดขอบเขตสร้างขึ้น ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า ในสถานการณ์ของการมุ่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจและระบบทุนในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนี้ และการกลายเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ในสังคมโลกปัจจุบัน ชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ ณ ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้ซึ่งมิได้อยู่ในเส้นทางของกระแสของการพัฒนาเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้ชุมชนต่างๆ มากมายตามตะเข็บชายแดนแม่น้ำโขงระหว่างเส้นกั้นเขตแดนไทย-ลาว ต้องเผชิญกับปัญหาของการถูกเบียดขับและกีดกันจากทางการเมือง ทางเศรษฐกิจของการพัฒนาในความคิดกระแสหลัก ชุมชนชายแดนแม่น้ำโขงในฐานะที่เป็นชุมชนชายขอบทับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนชายขอบของรัฐชาติ หรือชุมชนชายขอบของกระแสการพัฒนาในระดับภูมิภาคก็ตาม แรงผลักดันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้คนตัวเล็กตัวน้อยเหล่านั้นที่ตกอยู่ในสภาพคนชายขอบ เพื่อเผชิญกับกลุ่มอำนาจที่เหนือกว่า ชาวชุมชนอ่างปลาบึกในฐานะคนชายขอบในชุมชนชายแดนแม่น้ำโขงมีปฏิบัติการ หรือการกระทำในชีวิตประจำวันของพวกตน เพื่อนิยามความหมายให้กับพื้นที่อยู่อาศัยของตนภายใต้การปะทะปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจเหล่านั้น ความหมายของอาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงในมุมมองของชีวิตประจำวันได้ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เหลื่อมล้ำระหว่างชาวอ่างปลาบึกกับกลุ่มอำนาจที่หลากหลายทั้งภาครัฐ กลุ่มคนอื่น และระบบทุน ทั้งนี้ชาวอ่างปลาบึกได้ผลิตซ้ำ สร้างใหม่เกี่ยวกับความหมายของชุมชนชายแดนของพวกตน เพื่อใช้ต่อรองและช่วงชิงในการสร้างพื้นที่ทางสังคม การนิยามความหมายของอาณาบริเวณชายแดนแห่งนี้มีทั้งความเลื่อนไหล หลากหลาย ซับซ้อน เป็นพลวัต ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขทางสังคมที่ชาวอ่างปลาบึกได้เผชิญ This research is border anthropology study of the process of reconstructing the meaning of Mekong River borderland in modern societies. It to understanding about the meaning of borderland of Mekong River in every day life practices. It also study the Oang Pa Beuk Community in Amphoe Sang Khom, Nong Khai Province, and Ban Oang in Srikhotabong, Vientiane Province, Lao PDR, both as the community in Mekong River borderland and the process of negotiation of reconstructing in every day life practices; to inherits, reconstruction and cultural identity. The theoretical framework is shaped by three main concepts. The first concept is the borderland of Mekong River, the second concept focuses on the reconstructing social spaces and the third concept is the Meaning Negotiation on every day life practices of Mekong community. The study finds that the focuses of development of economic zones and capitalist system in Greater Mekong Sub-region, became to new economic area in the World. It also study finds that beyond the Mekong River borderland is a Meaning of mental and social spaces that has long had a lot of important things with Thai and Lao peoples in Mekong River border communities. Oang Pa Beuk or the Mekong River borderland is represented in culture and social had reveal several aspects of the relationship between nature and every day life practices. Moreover, the meaning of Mekong River borderland has been reconstructing under a wide gap of power relation between Oang Pa Buek people and other power groups that have been negotiating and contesting to define Mekong River border’s representations variously and dynamically, under different social conditions.

บรรณานุกรม :
ปฐม หงษ์สุวรรณ . (2554). อาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงกับกระบวนการสร้างความหมายในบริบทของสังคมสมัยใหม่: กรณีศึกษาเมืองหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปฐม หงษ์สุวรรณ . 2554. "อาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงกับกระบวนการสร้างความหมายในบริบทของสังคมสมัยใหม่: กรณีศึกษาเมืองหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปฐม หงษ์สุวรรณ . "อาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงกับกระบวนการสร้างความหมายในบริบทของสังคมสมัยใหม่: กรณีศึกษาเมืองหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
ปฐม หงษ์สุวรรณ . อาณาบริเวณชายแดนแม่น้ำโขงกับกระบวนการสร้างความหมายในบริบทของสังคมสมัยใหม่: กรณีศึกษาเมืองหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.