ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัยการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัยการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม
นักวิจัย : จิริกา นุตาลัย
คำค้น : ระบบงบประมาณจังหวัด
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5140025 , http://research.trf.or.th/node/4343
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ปี 2550 กำหนดให้ จังหวัดเป็นหน่วยงานที่เสนอขอตั้งงบประมาณได้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552 เป็นต้นไป โดยผ่านกระบวนการจัดทำ แผนพัฒนาจังหวัด โดยมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ.2551 กำหนดสาระสำคัญเกี่ยวกับบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระบวนการ และวิธีการดำเนินงาน นับเป็นการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ ซึ่งควรมีข้อมูลที่ชัดเจนและเสนอแนวทางให้เกิดการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงริเริ่มโครงการวิจัย “การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม” การวิจัยฯ มีวัตถุประสงค์ 5 ประการ 1) เพื่อเสนอรูปแบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐาน ยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม 2) พัฒนาเครื่องมือและขั้นตอนในกระบวนการจัดทำแผนงบประมาณจังหวัด 3) เพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหา อุปสรรค ที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดทำแผน และงบประมาณจังหวัด 4) เพื่อ เสนอแนะแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของจังหวัดและบุคลากรในการจัดทำแผนงบประมาณจังหวัด และให้ ข้อคิดเห็นต่อการนำไปปรับใช้ในพื้นที่ขยายผล และ 5) เพื่อจัดทำคู่มือการจัดทำแผนงานโครงการซึ่งบรรจุใน แผนพัฒนาจังหวัด วิธีการดำเนินงานประกอบด้วย การศึกษาทบทวนจากเอกสาร การศึกษาในพื้นที่นำร่อง 7 จังหวัด คือ พิษณุโลก ชัยนาท ยโสธร ชัยภูมิ อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช และสตูล การสัมภาษณ์บุคคลทั้งในระดับ นโยบายส่วนกลาง หน่วยงานในจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเข้าร่วมสังเกตการณ์ใน การประชุมที่ เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ศึกษา การประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการ จังหวัด ผู้บริหาร และทีมจังหวัด และการ จัดเวทีบูรณาการผลผลิตจังหวัด เป็นต้น โดยมีโจทย์วิจัยหลัก 3 ข้อ คือ 1) การศึกษา ศักยภาพของทีมจังหวัดในการ พัฒนาระบบแผนงบประมาณ 2) ศึกษา กระบวนการกำหนดวาระการพัฒนาจังหวัดบนยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมี ส่วนร่วม และ 3) ศึกษากระบวนการวิเคราะห์เพื่อจัดทำคำของบประมาณจังหวัด ผลการวิจัยฯ มีข้อค้นพบ ดังนี้ 1. รูปแบบ (Model) การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ มี 2 รูปแบบ 1) การบูรณาการแนว ขวาง ระหว่างพื้นที่ ภารกิจ และนโยบายรัฐ ( Area-Function–Agenda) ซึ่งกลุ่มเป้าหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นประโยชน์และคุณค่าร่วมกัน ( share value) และ 2) การบูรณาการในแนวตั้ง เป็นการจัดความสัมพันธ์ระหว่าง แผนพัฒนาระดับต่างๆ ตั้งแต่ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ ซึ่งมีแนวคิดและทิศทางที่สอดคล้องกัน (collective mind set) ทั้ง 2 รูปแบบที่เกิดขึ้นนี้ เป็นการเชื่อมโยงและบูรณาการแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนใน พื้นที่ ทั้งระดับ จังหวัดและระดับท้องถิ่น ซึ่งต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมทุกระดับ ในขณะที่รูปแบบการบูรณาการ แผนตั้งแต่จังหวัดขึ้นไปถึงระดับประเทศ จะพบ การเชื่อมโยงแผนงานและการจัดสรรงบประมาณ ที่มีระบบข้อมูล สนับสนุน และมีความสัมพันธ์ที่ดี (relationship) ระหว่างจังหวัดกับหน่วยงานที่มีบทบาทในการจัดสรรงบประมาณ 2. การใช้ “ห่วงโซ่คุณค่า” (value chain) เป็นเครื่องมือสำหรับการวางแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อให้เกิด การบูรณาการทั้งแนวขวางและแนวตั้ง มี 6 ขั้นตอนหลัก เริ่มจาก 1) การเลือกผลผลิตที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งต้อง สอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัด และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของ ผู้รับผิดชอบหลักและผู้รับผิดชอบกิจกรรม สนับสนุน เพื่อสร้าง”คุณค่าร่วมของผลผลิต” (shared value) 2) วิเคราะห์กิจกรรมของผลผลิตที่เลือกตั้งแต่ต้นน้ำถึง ปลายน้ำ โดยประยุกต์ใช้ห่วงโซ่อุปทาน ( supply chain) 3) การกำหนดภาคีหลัก ทั้งจากผู้รับผิดชอบหลักและ ผู้รับผิดชอบกิจกรรม 4) วิเคราะห์ความครบถ้วนของห่วงโซ่: เกษตร อุตสาหกรรม บริการ 5) ค้นหาความต้องการ ในการปรับปรุงเสริมกระบวนการหลักให้มีมูลค่าเพิ่มและกำหนดผู้รับผิดชอบ 6) ประมวลความต้องการและเชื่อมโยง ไปยังแผนพัฒนาจังหวัด โดยผู้รับผิดชอบ ภาคีหลักและภาคีที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนร่วมให้ข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ในขั้นตอนต่างๆ 3. ความสัมพันธ์ของยุทธศาสตร์จังหวัดและการวิเคราะห์คำของบประมาณ พบว่าการจัด ความสัมพันธ์ระหว่างภาคีพัฒนาจังหวัด เริ่มจากการกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาจังหวัดซึ่งรวมถึงผลผลิตหลัก ของจังหวัด การประมวลปัญหาและบูรณาการความต้องการ ซึ่งใช้แนวทางของ value chain การกำหนดหน่วยงานที่ รับผิดชอบ จนถึงกระบวนการจัดลำดับความสำคัญและสรุปแผนโดย กบจ. การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์จังหวัดกับ ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกิดขั้นตามกลไกของแผนพัฒนาจังหวัดที่กำหนดให้ส่วนราชการใน จังหวัดและ อปท. รับทราบเพื่อนำไป เป็นกรอบแนวทางในจัดทำแผนของหน่วยงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด ทั้งด้านแผนงาน ผลผลิต ตัวชี้วัด ทำให้แผนจังหวัดและแผนหน่วยงานมีทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีกลไกอำเภอ ทำหน้าที่ประสานหน่วยงานในอำเภอและกลั่นกรอง เพื่อปรับแผนงานให้สอดคล้อง เช่นเดียวกับ กบจ. ซึ่งทำหน้าที่ พิจารณาแผนงานโครงการที่ได้รับทั้งหมดให้สอดคล้องกับผลผลิตจังหวัด สำหรับ การวิเคราะห์คำของบประมาณ ได้จำแนกโครงการให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน กำหนดเวลาในการส่งต่อหรือรับช่วงในการดำเนินกิจกรรม งบประมาณ แหล่งงบประมาณ และระยะเวลาเริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจ้งแผนงานโครงการที่จะดำเนินการ พร้อมกรอบงบประมาณให้จังหวัดทราบก่อน เพื่อให้งบประมาณจังหวัดมีบทบาทเป็นงบต่อยอดเติมเต็มศักยภาพของ จังหวัดได้ 4. จุดอ่อนของกระบวนการจัดทำแผนงบประมาณจังหวัด ได้แก่ วิธีคิดและวิธีการทำงานของบุคลากร หลักในการการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่บริบทสังคมและปัญหามีความซับซ้อนมาก ขึ้น บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะสำนักงานจังหวัด มีข้อจำกัด ด้านทักษะการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม อันเป็นกระบวนการสำคัญในการประมวลปัญหาและความต้องการจากทุกภาคส่วน ความเข้าใจเรื่องการบริหาร ราชการจังหวัดแบบบูรณาการยังไม่ชัดเจน การ เตรียมการกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามามีส่วนร่วมยังไม่ครอบคลุม ภาค ประชาชนและประชาสังคมยังรับรู้น้อย ขาดระบบข้อมูลที่ถูกต้องทันสมัยในการนำมาใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายและ ยุทธศาสตร์ของจังหวัด 5. ข้อจำกัดของกระบวนการจัดทำแผนงบประมาณจังหวัด คือ การปรับเปลี่ยนโยกย้ายผู้ว่าราชการ จังหวัดและผู้บริหารในจังหวัดบ่อยครั้ง หน่วยจัดทำแผนในแต่ละระดับรับรู้และเข้าใจกระบวนการเฉพาะของตน เอง โดยยังไม่เข้าใจภาพรวมระบบแผนจังหวัด นอกจากนี้ยังพบว่า ช่วงเวลาการวางแผนงบประมาณของแต่ละระดับไม่ สอดคล้องกับกระบวนการวางแผนพัฒนาจังหวัด จังหวัดควรได้เห็นแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงาน function ก่อน รวมทั้งต้องใช้เวลาสำหรับการประมวลปัญหาและกระบวนการมีส่วนร่วม ข้อสรุปที่ได้จากการดำเนินงานในพื้นที่ศึกษา มี 4 ด้าน ได้แก่ 1) การบูรณาการไม่จำเป็นต้องทำทุกเรื่อง ควรเลือกเรื่องที่เป็นผลผลิตหลักของจังหวัด เช่น จ.ยโสธร เลือก ข้าวหอมมะลิ จ.ชัยภูมิ เลือกผลผลิตพริก จ.สตูล เลือกการท่องเที่ยว 2) การบูรณาการแผนงาน ทำให้ลดความซ้ำซ้อนระหว่างแผนของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานส่วนกลางที่อยู่ในพื้นที่ (หน่วย function) 3) ผลจากการบูรณาการพบว่ามีการเติมเต็มและต่อยอด เช่น จ. พิษณุโลก ทำระบบน้ำ มีระบบชลประทาน หลัก และระบบชลประทานรอง ผู้ว่าราชการใช้งบจังหวัดเพื่อเชื่อมโยงระบบชลประทานในจังหวัด 4) การบูรณาการทำให้เกิดกิจกรรมริเริ่มนำร่อง เช่น จ.สตูล ใช้งบจังหวัดไปริเริ่มกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลีเป๊ะ และ จ.นครศรีธรรมราช จะริเริ่มกิจกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ขนอม เป็นต้น ข้อเสนอจากการศึกษา 1) แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของทีมจังหวัด ควรพัฒนาความสามารถเจ้าหน้าที่ภาครัฐใน จังหวัด ให้มี ทักษะในการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมและการเป็นวิทยากรกระบวนการ จัดให้มีเครื่องมือการวิเคราะห์ เพื่อทำคำของบประมาณโดยเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน จัดหลักสูตรอบรมการ จัดทำ แผนพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการสำหรับผู้ปฏิบัติและผู้บริหาร พัฒนาและปรับปรุงระบบข้อมูล และจัดตั้งทีมงาน ระดับจังหวัดและทีมงานจำแนกตามประเด็นยุทธศาสตร์ โดยให้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย 2) กลไกและโครงสร้างการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ควรมีเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ภาคประชาสังคมที่ชัดเจน เพื่อให้ได้บุคคลที่เป็นผู้แทนของภาคประชาชนซึ่งเป็นท้องถิ่น รวมทั้งเตรียมความพร้อมของ ภาคประชาสังคมในการร่วมวางแผนจังหวัดด้วย ควรกำหนดบทบาทภาคการเมืองในการมีส่วนร่วมจัดทำแผนพัฒนา จังหวัด จัดตั้งสภาจังหวัดที่ประกอบด้วยผู้แทนประชาชนจากสาขาอาชีพต่างๆ เข้า ร่วมประชุมประจำเดือนกับผู้ว่า ราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อ สามารถเสนอปัญหา ซักถามแลกเปลี่ยน เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ด้านต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งการติดตามผลการบริหารราชการจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย 3) หน่วยงานส่วนกลาง ควรการจัดทำแบบพิมพ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่ต้องใช้ประกอบในการจัดทำแผนและ งบประมาณให้สอดคล้องกัน จัดระบบการสื่อสารจากหน่วยงานส่วนกลางให้ผ่านทางช่องทางของกระทรวงมหาดไทย เพื่อมิให้จังหวัดสับสน ปรับช่วงเวลาการจัดทำแผนของหน่วยงานในแต่ละระดับให้สอดคล้องและสนับสนุนกัน และ สอดรับกับการจัดทำปฏิทินงบประมาณ มีการประมาณการกรอบงบประมาณที่จังหวัดพึงได้รับเพื่อทำให้การพัฒนา แผนจังหวัดมีทิศทางชัดเจนขึ้น กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจังหวัดให้ ชัดเจน จัดทำและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ในระดับต่างๆ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกภาคี

บรรณานุกรม :
จิริกา นุตาลัย . (2553). โครงการวิจัยการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จิริกา นุตาลัย . 2553. "โครงการวิจัยการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จิริกา นุตาลัย . "โครงการวิจัยการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
จิริกา นุตาลัย . โครงการวิจัยการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดทำแผนจังหวัดบนพื้นฐานยุทธศาสตร์ข้อมูลและการมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.