ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด (Child Watch) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด (Child Watch) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท)
นักวิจัย : จินตนา เวชมี
คำค้น : กาญจนบุรี , ชัยนาท , ประจวบคีรีขันธ์ , ภาคกลาง , ราชบุรี , รามจิตติ , ลพบุรี , สภาวการณ์เด็ก , สมุทรสงคราม , สระบุรี , สิงห์บุรี , สุพรรณบุรี , อยุธยา , อ่างทอง , เด็กและเยาวชน , เพชรบุรี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5040009 , http://research.trf.or.th/node/4190
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการวิเคราะห์รายงานการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนภาคกลางทั้ง 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัด เพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัด สุพรรณบุรี และ จังหวัดอ่างทอง พบว่า แนวโน้ม ทิศทาง และสภาวการณ์เด็กและเยาวชนในระดับจังหวัด มีแนวโน้มแย่ลงทุก ด้านโดยมีรายละเอียดดังนี้ ด้านสุขภาพอนามัยซึ่งมีตัวบ่งชี้ 5 รายการ มีสภาวะด้านการอนามัยแม่และเด็กและการผดุง ครรภ์ซึ่งประกอบด้วย อัตราการตายปริกำเนิด และร้อยละของทารกน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ดีขึ้นเพียงสภาวะเดียว แต่สภาวะการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็กก่อนวัยเรียนและเด็กวัยเรียน ความเสี่ยงด้านสุขภาพเด็ก และสุขภาพจิตโดยเฉพาะเรื่องความอ้วนและความเครียด มีแนวโน้มแย่ลง ด้านการศึกษามีตัวบ่งชี้ 6 รายการ พบว่า โอกาสทางการศึกษาลดลง ความพร้อมของจำนวน ครูที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาไม่เพียงพอ การมีส่วนร่วม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับต่ำ สภาวะเสี่ยง ของเด็กในระบบซึ่งพิจารณาจากการโดดเรียนเป็นประจำมีมากขึ้นแต่ร้อยละของนักเรียนที่ชอบไป โรงเรียนและรู้สึกปลอดภัยเวลาไปโรงเรียนมีน้อย ด้านสังคม มีตัวบ่งชี้ 7 รายการ พบว่าทุกตัวบ่งชี้อยู่ในสภาวการณ์ที่แย่ลง ได้แก่ ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งพบว่าเด็กระดับประถมศึกษามีอัตราการไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เพิ่มมาก ขึ้น อัตราการหย่าร้างเพิ่มมากขึ้น และอัตราเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปีต่อประชากรแสนคนมา คลอดเพิ่มมากขึ้น สภาวการณ์ด้านการจัดระเบียบพื้นที่พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงมากกว่าพื้นที่ดี การมี โอกาสเข้าไปเล่นเกมในร้านอินเตอร์เน็ตง่ายมากขึ้น อัตราเด็กที่กระทำความผิดที่ส่งต่อเข้าสถานพินิจ เพิ่มมากขึ้น และอัตราการขอเข้ารับการบำบัดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ผลจากการเปิดเวทีระดมสมองผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งระดับจังหวัดและ ระดับภาค สรุปได้ดังนี้ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเข้าสู่ปัญหาของเด็กและเยาวชน 1. ความล่มสลายของสถาบันครอบครัว ภายใต้กระแสบริโภคนิยมทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองใช้ เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานเพื่อหารายได้ มีเวลาให้กับบุตรหลานน้อย การใช้เวลาอยู่ร่วมกันไม่มี ประสิทธิภาพ กิจกรรมที่จะสร้างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมีน้อย เด็กและเยาวชนมีโอกาสได้ พูดคุยและทำกิจกรรมภายในครอบครัวน้อย เวลาส่วนใหญ่ของเด็กและเยาวชนในแต่ละวันจะใช้ใน การดูทีวี วิซีดี โทรศัพท์คุยกับเพื่อนมากกว่าคุยกับคนในบ้าน สภาพความล่มสลายของสถาบัน ครอบครัวจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแนวโน้มเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 19 ปี มาทำ คลอดมากขึ้น การหย่าร้างเพิ่มขึ้น และมีเด็กในระดับประถมศึกษาไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มากขึ้น 2. การขาดความรู้และทักษะที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้าน เทคโนโลยีและด้านสังคม เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหาจะปรึกษาเพื่อนมากกว่าปรึกษาครู หรือพ่อแม่ ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ความไม่รู้หรือความรู้ที่ไม่ถูกต้องที่ได้รับจากการปรึกษาเพื่อน หรือแหล่งที่ปรึกษาอื่นซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การพูดคุยโทรศัพท์ การพูดคุยบนสื่ออิเลกทรอนิคส์ จะนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น 3. สภาวะแวดล้อมในสังคมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเด็กและเยาวชนซึ่งเปลี่ยนแปลงในทางที่ เลวลง ได้แก่ การมีพื้นที่เสี่ยงในชุมชนที่ใกล้ตัวเด็กและเยาวชน เช่น ร้านคาราโอเกะ โต๊ะสนุกเกอร์ ร้านอินเตอร์เน็ต ห้างสรรพสินค้า(ที่มีแหล่งอบายมุข) หอพักที่ขาดการบริหารจัดการที่ดี สื่อที่มอมเมา ค่านิยมที่ผิด สื่อลามก เช่น การ์ตูนโป๊ วิซีดีโป๊ และคลิปโป๊หรือแม้แต่โรงเรียนซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กและ เยาวชนน่าจะมีความสุขและชอบที่จะไปหรือชอบที่จะอยู่ แต่ก็พบว่าเด็กส่วนมากไม่ชอบไปโรงเรียน โดยเฉพาะเด็กระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา และมีเด็กส่วนน้อยที่รู้สึกปลอดภัยเวลาไปโรงเรียน ปัจจัยสร้างที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน 1. ความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ครอบครัวที่อบอุ่นบุคคลในครอบครัวมีสัมพันธภาพที่ ดีต่อกันจะสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนรู้สึกมีความสุข คิดไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ ดังนั้นภาครัฐ ควรเร่งสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวทุกรูปแบบ ได้แก่ การให้ความรู้ เทคนิค และทักษะใน การสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสัมพันธภาพของครอบครัว การยกย่อง ครอบครัวที่เข้มแข็ง เป็นต้น 2. การรู้เท่าทันทั้งมุมบวกและมุมลบของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและสังคม สื่อมวลชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เกี่ยวข้องควรให้ความรู้ในการใช้เทคโนโลยีและโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ เทคโนโลยีในทางที่ผิดหรือภัยที่จะเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงสังคม กลุ่มเป้าหมายในการให้ความรู้ คือ เด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้ปกครอง 3. สภาวะแวดล้อมที่ดี การมีสภาวะแวดล้อมทั้งด้านสถานที่ สื่อ และกิจกรรมที่ดีจะช่วย หล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนได้ซึมซับสิ่งที่ดี รวมทั้งได้รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ดีมีประโยชน์ต่อ ตนเองและสังคม 4. ความเข้มแข็งของชุมชน และการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ชุมชนที่ตระหนักและมีส่วนร่วมในการมองเห็นสภาพปัญหา ร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหา ร่วมปฏิบัติ/ ทำกิจกรรมที่จะแก้ปัญหา ร่วมรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรม ตลอดจนพัฒนารูปแบบ การพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสร้างแนวทางการพัฒนาเด็กและ เยาวชน รูปแบบการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาเด็กและ เยาวชน งานพัฒนาเด็กและเยาวชนในแต่ละจังหวัดควรมีลักษณะที่ทำงานร่วมกันโดยมีเจ้าภาพหลัก (ผู้รับผิดชอบหลัก)ที่ชัดเจน เช่น ด้านการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรจะรับผิดชอบเป็น เจ้าภาพหลัก ด้านสุขภาพอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก ด้านสังคม พัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพหลัก โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงาน สนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากร รวมถึงด้านอื่น ๆที่เกี่ยวข้องโดยมีการจัดระบบการทำงาน โดยใช้ข้อมูลจากการวิจัยของChild Watch หรือแหล่งข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อถือเป็นฐานการพัฒนา กำหนด เป้าหมายหรือเกณฑ์ในการดำเนินงานให้ชัดเจน ร่วมกันคิดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสภาวการณ์เด็กและ เยาวชนให้มากที่สุดแล้วดำเนินการตามกลยุทธ์ที่วางไว้ มีระบบการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และมีการยกย่องให้รางวัลการทำงานที่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการ ดำเนินการ รวมถึงมีคณะกรรมการที่ปรึกษาระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล สภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดจะมีพลังสร้างสรรค์ ยั่งยืนควรมีมาตรการ ดังนี้ 1. สรรหา/คัดเลือกตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนโดยให้โอกาสเด็กทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง 2. พัฒนาศักยภาพการเป็นผู้นำ/ผู้ตามที่ดี/รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของการเป็นกรรมการ สภาที่ดี 3. เปิดโอกาส/จัดเวที/จัดกิจกรรมแสดงความเห็นหรือการแสดงออกให้ขยายครอบคลุมพื้นที่ใน ระดับตำบล ทั้งนี้การจัดกิจกรรม/การแสดงความคิดเห็นให้อยู่บนฐานข้อมูลจากการวิจัยหรือ ฐานความรู้ 4. จัดกิจกรรมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสภาเด็กและเยาวชนอย่าง เป็นระบบและต่อเนื่อง 5. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ในการทำงาน 6. มีการติดตามประเมินผลการทำงานของสภาเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง นโยบายการทำงานด้านเด็กและเยาวชนระดับจังหวัด 1. ส่งเสริมการบูรณาการทำงานร่วมกันของส่วนราชการ องค์กรเอกชนและพหุภาคีที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานด้านเด็กและเยาวชน 2. สนับสนุนให้มีการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อจัดตั้งกองทุนสนับสนุน โครงการหรือกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านเด็กและเยาวชนในระดับจังหวัด 3. ส่งเสริมการสร้างระบบการบริหารจัดการเครือข่ายเฝ้าระวังเด็กและเยาวชนในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล 4. ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว และชุมชน 5. จัดให้มีระบบติดตามหนุนเสริม และประเมินผลงานอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์การทำงานด้านเด็กและเยาวชนระดับจังหวัด 1. ใช้ข้อมูลเป็นฐานการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการและร่วมติดตามประเมินผลการ พัฒนาเด็กและเยาวชน 2. ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการทำงานจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน 3. แก้ไขปัญหา และพัฒนาเด็กและเยาวชนตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วนอย่างมีประสิทธิภาพ 4. ยกย่องชุมชน องค์กร บุคคลที่อุทิศการทำงานด้านเด็กและเยาวชน นโยบายการทำงานด้านเด็กและเยาวชนระดับประเทศ 1. ส่งเสริมการบูรณาการทำงานร่วมกันของส่วนราชการ องค์กรเอกชนและพหุภาคีที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานด้านเด็กและเยาวชน 2. จัดตั้งกองทุนเด็กและเยาวชน 3. กำหนดระเบียบข้อบังคับที่มีผลบังคับใช้เกี่ยวกับการทำงานด้านเด็กและเยาวชน 4. ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและชุมชน 5. สร้างระบบติดตามประเมินผลการทำงานด้านเด็กและเยาวชน ยุทธศาสตร์การทำงานด้านเด็กและเยาวชนระดับประเทศ 1. ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง 2. วางระบบเพื่อส่งเสริมการทำงานด้านเด็กและเยาวชนให้ชัดเจน 3. ส่งเสริม ยกย่อง ชุมชน องค์กร หรือบุคคลที่ทำงานด้านเด็กและเยาวช

บรรณานุกรม :
จินตนา เวชมี . (2551). โครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด (Child Watch) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จินตนา เวชมี . 2551. "โครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด (Child Watch) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จินตนา เวชมี . "โครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด (Child Watch) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
จินตนา เวชมี . โครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด (Child Watch) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.