ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การยกระดับฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อสร้างทางเลือกใหม่แก่เกษตรกรและความมั่นคงของอุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การยกระดับฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อสร้างทางเลือกใหม่แก่เกษตรกรและความมั่นคงของอุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นักวิจัย : เทิดชาย ช่วยบำรุง
คำค้น : การท่องเที่ยวเชิงเกษตร , การมีส่วนร่วม , การสื่อความหมาย , กิจกรรม , ความพร้อมในการให้บริการท่องเที่ยว , ชุมชนแหลมโพธิ์ , รูปแบบเส้นทาง , สวนสมุนไพร , อุปสงค์การท่องเที่ยว อุปทานการท่องเที่ยว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020064 , http://research.trf.or.th/node/4169
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชื่อโครงการ : รูปแบบเส้นทาง กิจกรรม และการสื่อความหมาย การท่องเที่ยวเชิงเกษตร : กรณีศึกษา สวนสมุนไพร ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร การวิจัยรูปแบบเส้นทาง กิจกรรม และการสื่อความหมาย การท่องเที่ยวเชิงเกษตร : กรณีศึกษา สวนสมุนไพร ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผลที่ได้จากการศึกษานั้น ผู้วิจัยได้รูปแบบเส้นทางภายในสวนสมุนไพรซึ่งใน เบื้องต้นทางผู้วิจัยและผู้ประกอบการใช้เพียง หนึ่งเส้นทาง โดยมีจุดแวะชมภายในสวนสมุนไพร จำนวน 6 จุด และระหว่างที่มีการท่องเที่ยวภายในสวนสมุนไพรนั้น จะมีกิจกรรม และการสื่อ ความหมายจากเอกสารคู่มือ แผ่นพับ รวมไปถึงป้ายสื่อความหมายต่าง ๆ นอกจากรูปแบบ เส้นทางภายในสวนดังกล่าวแล้ว จากการศึกษาครั้งนี้ทางผู้วิจัยได้ข้อมูลเส้นทางเชื่อมโยง ระหว่างสวนสมุนไพรกับแหล่งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงกับสวนสมุนไพร ซึ่งประกอบด้วย ถ้ำ พระ สวนสละอาทิตย์ และโรงนวด ซึ่งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่เป็นลักษณะ ของเชิงเกษตรสุขภาพ เนื่องจากลักษณะเด่นของสวนสมุนไพรนั้นไม่ใช่เพียงแต่เป็นสวนเกษตร เพียงอย่างเดียวแต่ผลผลิตคือสมุนไพรนั้น เป็นผลผลิตทางเกษตรที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก และนอกจากผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในการศึกษาครั้งนี้ เราได้กิจกรรมต่าง ๆ ที่มี ประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเนื่องจากเรามีการออกแบบสำรวจไปยัง นักท่องเที่ยวถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรมีในสวนสมุนไพร รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ นักท่องเที่ยวต้องการให้มีภายในสวนสมุนไพร เมื่อนำความคิดเห็นที่ได้จากผู้ประกอบการและ ชุมชน มาผนวกรวมกับความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวทำให้การศึกษาครั้งนี้เราได้รูปแบบ กิจกรรมที่ค่อนข้างสมบูรณ์และลงตัวสำหรับทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว และจากการ ออกแบบสำรวจไปยังนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ทำให้ผลตอบรับจาก นักท่องเที่ยวให้ความสนใจที่จะเข้าไปเยี่ยมชมสวนสมุนไพรเป็นจำนวนมากขึ้น และการศึกษา ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยั่งยืนต่อไป ชื่อโครงการ : การจัดการความรู้สู่เรื่องเล่าของชุมชนแหลมโพธิ์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อย่างยั่งยืน การวิจัยเรื่องการจัดการความรู้สู่เรื่องเล่าของชุมชนแหลมโพธิ์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อย่างยั่งยืน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ลักษณะการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการวิจัยได้องค์ความรู้ที่มีในชุมชนแหลมโพธิ์ทั้งหมด 10 ด้าน ซึ่งความรู้โดยภาพรวมคือ ชุมชน แหลมโพธิ์เป็นชุมชนเก่าแก่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งอาณาจักรศรีวิชัย เป็น ดินแดนที่มีการค้าขายกับชาวต่างชาติและเป็นที่แวะพักของเจ้าเมืองต่าง ๆ เมื่อเดินทางมายัง หัวเมืองใต้ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้เป็นชายทะเลสามารถพักจอดเรือได้ ในด้านการประกอบอาชีพ ชาวชุมชนแหลมโพธิ์ยึดอาชีพประมงเป็นหลัก มีการทำประมง สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน ใช้วิธีการจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือที่ประกอบขึ้นเองตามภูมิปัญญา ท้องถิ่น สัตว์น้ำที่จับได้นำไปจำหน่ายทั้งในและนอกชุมชน ที่เหลือก็นำมาบริโภคและแปรรูปสินค้า เองในครัวเรือน ในด้านของการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในแหล่งทำการ ประมงของชาวประมงได้ โดยไปดูวิถีชีวิตการทำประมง การใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำ นักท่องเที่ยว สามารถร่วมกันจับสัตว์น้ำกับชาวประมง ดูการอนุรักษ์สัตว์น้ำชายฝั่ง สภาพป่าโกงกางและป่า ชายเลน รวมทั้งการชมทิวทัศน์ตามธรรมชาติ รอบ ๆ ชายทะเลแหลมโพธิ์และอ่าวพุมเรียงได้ด้วย ในการทำวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการถอดความรู้ที่มีทั้ง 10 ด้าน ออกมาเป็นเรื่องเล่าของชุมชน แหลมโพธิ์ที่นำเสนอองค์ความรู้สู่เรื่องเล่าของชุมชนแหลมโพธิ์ในรูปแบบของเว็บไซต์และหนังสือ เรื่องเล่าเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชนเกษตรแหลมโพธิ์อย่างยั่งยืน ชื่อโครงการ : การวิเคราะห์อุปสงค์ อุปทานของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กรณีศึกษา : พื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในการศึกษาวิเคราะห์อุปสงค์ อุปทานของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กรณีศึกษาพื้นที่ อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุปสงค์และอุปทานของการท่องเที่ยว เชิงเกษตรของพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเปรียบเทียบอุปสงค์และอุปทานของ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเพื่อศึกษาแนวทาง การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลจากการวิจัยจะจัดทำเป็น คู่มือแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี สำหรับวิธีการดำเนินการวิจัย มีจำนวน 4 ขั้นตอน ดังนี้คือ ขั้นตอนที่ 1 คณะผู้วิจัยได้ ทำการศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และดำเนินการลงพื้นที่สำรวจเกี่ยวกับฟาร์มสเตย์ใน พื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ขั้นตอนที่ 2 จัดทำแบบสอบถามและทำการ Pre-test กับ กลุ่มเป้าหมาย ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยใช้แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวบ้าน ดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี จำนวน 400 ตัวอย่าง ขั้นตอนที่ 4 การสัมภาษณ์เจาะลึก (In-Depth Interview) จำนวน 30 ตัวอย่างและการสังเกตแบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการจัดการฟาร์มสเตย์กับ กลุ่มตัวอย่างฟาร์มสเตย์ในพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี จำนวน 2 ฟาร์ม โดยใช้ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ขั้นตอนที่ 5 นำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและจัดลำดับข้อมูลที่ได้ จากขั้นตอนที่ 1-4 มาเรียบเรียง วิเคราะห์ และอภิปรายผลการวิจัย เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการ จัดการการท่องเที่ยวฟาร์มสเตย์ในพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี การวิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณใช้การวิเคราะห์ทางสถิติหาค่าความถี่และค่าร้อยละ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาจากแบบ สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า ในด้านอุปสงค์ของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัด สุราษฎร์ธานี จากการตอบแบบสอบถามนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก และจะเดินทางกลับมาเที่ยวอีกครั้ง อีกทั้งยังคิดว่าแนะนำผู้อื่นให้มาเที่ยวด้วย วัตถุประสงค์ใน การเดินทางมาท่องเที่ยวคือการพักผ่อนหย่อนใจกับเพื่อน/คนรู้จัก/คนในครอบครัว สำหรับปัจจัยที่ มีผลต่ออุปสงค์ของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปรากฏว่า เกณฑ์ทั่วไปที่นักท่องเที่ยวใช้พิจารณาคัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวสามลำ ดับแรก คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน บรรยากาศ/ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว ตามลำดับ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจ เดินทางมาเที่ยวฟาร์มสเตย์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตอบว่า เป็นการแนะนำจากเพื่อน/คนรู้จัก/ คนในครอบครัว แนะนำให้มาเที่ยว รองลงมาเป็นต้องการเรียนรู้/ความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว และต้องการสัมผัสบรรยากาศ/ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผู้ประกอบการต้องนำมาพิจารณาหากมีการกำหนดนโยบายต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ ในด้านอุปทานการท่องเที่ยวฟาร์มสเตย์ในพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี จากสำรวจพบว่า มีผู้ประกอบการที่ดำเนินการในลักษณะฟาร์มสเตย์ในพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัด สุราษฏร์ธานี จำนวน 2 ฟาร์ม จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการมีความเห็นตรงกันว่า การทำ แหล่งท่องเที่ยวในฟาร์มสเตย์เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำประมงและ ไม่เคยทำฟาร์มประมงมาก่อน เนื่องจากต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสร้างที่พักกลางทะเลเพื่อสอดรับ กับทิศทางลมเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้เข้าพักอีกทั้งการลงทุนปรับปรุงและตกแต่งฟาร์มสเตย์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะใช้เงินลงทุนสูง ผู้ประกอบการอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือในการ ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้จักแหล่งท่องเที่ยว การสร้างสะพานหรือท่าเรือเพื่อเป็นจุดรับ-ส่ง นักท่องเที่ยว รวมทั้งการกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อเพิ่ม ปริมาณนักท่องเที่ยวให้คุ้มกับเงินลงทุนที่ค่อนข้างสูง เสน่ห์ของการท่องเที่ยวในทัศนะของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว คือ ความสอดคล้องกลมกลืนกับความเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ได้เยี่ยมวิถีชีวิตในท้องถิ่น ได้ชม ธรรมชาติที่สวยงามและเป็นการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็น กันเองซึ่งผู้ประกอบการและชุมชนจะต้องคงความเป็นเอกลักษณ์ในส่วนนี้ไว้ และการศึกษาในครั้ง นี้ทำให้มีบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนฐานข้อมูลทั้งอุปสงค์และอุปทาน ก่อให้เกิดความ ยั่งยืนในการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลอดไป ชื่อโครงการ : รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของกลุ่มผู้เลี้ยง สัตว์น้ำ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี การวิจัยรูปแบบการพัฒนาศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ น้ำตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษา ศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) เพื่อหารูปแบบการพัฒนากลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิง เกษตร ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานีเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับ กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 300 คน และใช้แบบสัมภาษณ์รายบุคคลกับกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 30 คน ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน (ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และหา รูปแบบการพัฒนากลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยใช้กระบวนการ ประชุมปฏิบัติการ สนทนากลุ่ม และ อบรมสัมมนาจำนวน 2 ครั้ง ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านลักษณะภูมิประเทศ และทรัพยากรธรรมชาติมีศักยภาพอยู่ในระดับปานกลาง ด้านศักยภาพในการให้บริการท่องเที่ยวเชิง เกษตรอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในการจัดการท่องเที่ยวเชิง เกษตรมีศักยภาพอยู่ในระดับมาก และด้านศักยภาพในการจัดการท่องเที่ยวอยู่ในระดับปานกลาง รูปแบบการพัฒนากลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความพร้อมในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิง เกษตร ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านลักษณะภูมิประเทศและทรัพยากร ธรรมชาติ ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนเรื่อง การวางแผนจัดระบบข้อมูลข่าวสาร สนับสนุนการใช้ เทคโนโลยีที่เหมาะสม สร้างจิตสำนึก ภาครัฐให้การสนับสนุนสื่อสารมวลชน สนับสนุนให้มีการใช้ พลังงานที่ประหยัดพร้อมทั้งสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทน สนับสนุนการบรรเทาสาธารณะในยาม ฉุกเฉิน ด้านศักยภาพในการให้บริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ภาครัฐให้การสนับสนุนส่งเสริมการตลาด ในรูปแบบที่ประสานงานของท่องเที่ยวเป็นเครือข่ายจัดให้มีการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการนำเที่ยว ส่งเสริมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โดยการใช้สื่อที่หลากหลาย รัฐต้องสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยว เชิงเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน อยู่ภายในกฎเกณฑ์ที่กำหนด ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ จัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำมีการพัฒนาแบบแผนการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นในด้านการลงทุน ผลิตสินค้าและบริการ เปิดโอกาสให้สมาชิก กลุ่มมีส่วนร่วมในการวางแผนตัดสินใจ และติดตามประเมินผล ด้านศักยภาพในการจัดการท่องเที่ยว กลุ่มมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและมีการประชุมทบทวนการปฏิบัติงานทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน

บรรณานุกรม :
เทิดชาย ช่วยบำรุง . (2552). การยกระดับฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อสร้างทางเลือกใหม่แก่เกษตรกรและความมั่นคงของอุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เทิดชาย ช่วยบำรุง . 2552. "การยกระดับฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อสร้างทางเลือกใหม่แก่เกษตรกรและความมั่นคงของอุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เทิดชาย ช่วยบำรุง . "การยกระดับฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อสร้างทางเลือกใหม่แก่เกษตรกรและความมั่นคงของอุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
เทิดชาย ช่วยบำรุง . การยกระดับฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อสร้างทางเลือกใหม่แก่เกษตรกรและความมั่นคงของอุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.