ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี
นักวิจัย : วินัย อาจคงหาญ
คำค้น : พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี , แนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4640019 , http://research.trf.or.th/node/3541
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การดำเนินงานปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานตลอดจนความร่วมมือ ระหว่างกลุ่มองค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัด สุพรรณบุรี ทั้งที่จดทะเบียนและมิได้จดทะเบียน และประเมินความสนใจในการพัฒนาความ ร่วมมือระหว่างกันของกลุ่ม/องค์กรประชาชน 2) เพื่อศึกษาหารูปแบบและกระบวนการในการ วิเคราะห์และกำหนดทิศทางการดำเนินงานของกลุ่ม/องค์กรประชาชน ทั้งที่จดทะเบียนและมิได้ จดทะเบียนในจังหวัดสุพรรณบุรี ในลักษณะของการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระของกลุ่ม/องค์กร ประชาชน และเอื้อต่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนของกลุ่ม/องค์กร 3) เพื่อศึกษาหารูปแบบและ กระบวนการในการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนทั้งที่จดทะเบียนและมิได้จดทะเบียน ในจังหวัดสุพรรณบุรีที่เกิดจากการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในลักษณะที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งกันและกัน และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยการวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) และมีวิธีการวิจัย (Methodology) ที่ใช้ขบวนการการจัดการ เชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ การกำหนดกลยุทธ์ (Strategic Formulation) และการปฏิบัติการตามกลยุทธ์ (Strategic Implementation) ตลอดจนการใช้เทคนิคแมททริกซ์ทาวซ์ (TOWS Matrix) เป็นเทคนิคในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อ หารูปแบบ และกระบวนการในการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนทั้งที่จดทะเบียนและ มิได้จดทะเบียนในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีกลุ่ม / องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมทั้งสิ้น 17 กลุ่ม/องค์กรประชาชน จำแนกเป็น 11 สหกรณ์ 1 กลุ่มเกษตรกร และ 5 กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จากผลการวิจัยพบว่า 1) ก่อนที่จะเริ่มมีการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนใน พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นกลุ่ม / องค์กรประชาชนมีลักษณะปิดตัวเอง ไม่มีการขยายเครือข่าย เชื่อมโยงกับองค์กรอื่นๆ ขาดการสร้างเสริมความร่วมมือระหว่างกัน การเชื่อมโยงเป็นเพียงการ เชื่อมโยงธุรกิจประเภท นำไปฝากและให้เงินกู้ ไม่มีการเชื่อมโยงธุรกิจในลักษณะการจัดหา สินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลผลิตและการบริการระหว่างกลุ่ม มีเพียงสหกรณ์การเกษตร ศรีประจันต์ จำกัด เพียงแห่งเดียวที่มีการหาสินค้า (ปุ๋ย) มาจัดจำหน่ายให้กับสหกรณ์การเกษตร สวนป่าภาคเอกชนจำกัดเท่านั้น ปริมาณธุรกิจจากการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งสิ้นในจังหวัด ประมาณ 27 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.91 ของปริมาณธุรกิจทั้งหมดของ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และ องค์กรประชาชนที่มิได้จดทะเบียน ที่ทำการสำรวจในจังหวัด สุพรรณบุรี และ 2) หลังจากการสิ้นสุดโครงการวิจัยที่ได้ทดลองและประเมินผลการปฏิบัติตาม รูปแบบและแนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายที่กลุ่ม / องค์กรประชาชนได้นำเสนอและมีการตกลง ร่วมกันบนพื้นฐานของการตัดสินใจอย่างอิสระพบว่า การดำเนินงานเครือข่ายกลุ่ม / องค์กร ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นั้น ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ขององค์กรเครือข่ายหลาย ประเภท กล่าวคือ ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การร่วมมือและได้มีการดำเนิน ธุรกิจร่วมกันทั้งหมด 4 ธุรกิจ ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมทั้งสิ้น 46,154,597 บาท จาก ธุรกิจปุ๋ย 41,642,860 บาท ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ 752,955 บาท ธุรกิจข้าวสาร 249,738 บาท ธุรกิจ ข้าวเปลือกและโรงสี 3,509,049 บาท ผลของความสำเร็จ ในการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัด สุพรรณบุรี นั้นมาจาก 2 ปัจจัยคือ ปัจจัยภายใน ได้แก่ ความมีศักยภาพของแต่ละกลุ่ม/องค์กร ความเต็มใจ ความต้องการรวมพลัง และมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การสร้างและเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน และการมีผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นต้น ปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการวิจัย ที่มีส่วนประสานความต้องการรวมพลังที่มีอยู่แล้วของแต่ละกลุ่ม/องค์กรได้ มีโอกาสได้พบปะรวมพลังกัน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็นเชิงวิชาการเมื่อกลุ่ม/ องค์กรเครือข่ายต้องการ งบประมาณที่สนับสนุนการดำเนินการในช่วงเริ่มต้น การได้รับการ ยอมรับจากสังคมหรือกลุ่ม/องค์กรภายนอก เช่น หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี สมาคมโรงสีข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น การวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1) การแสวงหาจุดร่วม 2) การกำหนดแนวปฏิบัติของเครือข่าย 3) การคัดเลือกผู้นำของเครือข่าย 4) การแสวงหาความยั่งยืน และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ได้แก่ 1) ผู้ว่าราชการจังหวัดและ/หรือ หัวหน้าหน่วยราชการระดับจังหวัดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับองค์กรประชาชน ในระดับ จังหวัดต้องเข้ามามีส่วนเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายกลุ่ม / องค์กรประชาชน 2) บทบาทของ หน่วยงานของราชการในระดับจังหวัดต้องปรับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุน และ 3) ควรลด ความหลากหลายขององค์กรประชาชนให้มีน้อยที่สุดหรือมีองค์กรหลักเพียงองค์กรเดียว ที่เป็น ของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน This research had the following objectives. 1) To study the circumstances of problem management in administration, including cooperation, between public organizations and groups in Suphanburi Province, both registered and unregistered, and assess the interest in developing cooperation between these organizations. 2) To find a model and process for analyzing and determining the direction of these public organizations/groups in Suphanburi Province, in a form that still allows freedom of decision-making, and addresses their efficiency and sustainability. 3) To find a model and process for linking and networking these public organisations/groups in Suphanburii Province through building cooperation in a form that creates mutual benefit and is practically feasible. This research followed the principles of Participatory Action Research and used the methodology of Strategic Management divided into two steps, namely, Strategic Formulation and Strategic Implementation. It included using the TOWS Matrix method for finding a model and process for linking and networking the public organizations, both registered and unregistered, in Suphanburi Province. In total 17 organizations/groups were included, which can be divided as 11 cooperatives, 1 farmer’s group and 5 savings groups. The following results were found. 1) Before developing the networking, the public organizations/groups in Suphanburi Province had a very closed nature with no links or networking between different groups. Without building cooperation the only links would be borrowing and loaning money for business. There was no cooperation in organising product distribution or pooling of products and services between groups except for Si Prachan agricultural cooperative that organised fertilizer distribution to Suan Pa private agricultural cooperative. The amount of business created from networking in the province was about 27 million baht or 0.91% of the total business value of the cooperatives, farmer’s groups and public organizations that had not registered in Suphanburi Province. 2) After the research project’s completion and assessment of the results following the model and direction of networking that the organizations/groups proposed and tested as retaining freedom of decision-making it was found that the way to proceed with networking amongst the organizations/groups was to open the learning process to build confidence and trust. The continuing cooperation in four business areas resulted in a total value of 46,154,597 baht, of which 41,642,860 baht came from fertilizer business; 752,955 baht from seed stock business; 249,738 baht from milled rice business; and 3,509,049 baht from unmilled rice and milling business. The results of the success in developing the public organizations/groups’ networking in Suphanburi Province came from internal and external factors. Internal factors were, for example, the existing potential of each individual organization/group, their willingness, the need to join forces, and having joint objectives in continuing to work together, learning from experience and gaining mutual benefit. External factors were the research project giving the opportunity to unite the forces already existing in each organization/group, together with providing technical input on networking when needed; the budget to cover the process during initiation; and receiving support from the wider community or external organizations/groups, such as the Suphanburi Chamber of Commerce and the Suphanburi Rice Mill Society. Operational recommendations from this research cover the following four issues: 1) searching for shared interests; 2) determining the networking practice; 3) selection of the network leaders, and 4) seeking sustainability. The recommendations regarding policy are: 1) the provincial governor and/or government section heads at provincial level with responsibility for such public organizations should become involved at the beginning of network building; 2) the role of the government section heads at provincial level should change to a supporting role, and 3) for sustainable development, the number of different public organizations should be reduced to a minimum or there should be a single main organization that still genuinely belongs to the public.

บรรณานุกรม :
วินัย อาจคงหาญ . (2549). โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วินัย อาจคงหาญ . 2549. "โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วินัย อาจคงหาญ . "โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
วินัย อาจคงหาญ . โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.