ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
นักวิจัย : สุพัทธ์ พู่ผกา
คำค้น : 1-deoxy-D-xylulose-5-phosphate synthase , กระจูด , การประกันราคากุ้ง , การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง , ควนเคร็ง , ความหลากหลายทางชีวภาพ , คุณภาพพันธุ์กุ้ง , ต้นจาก , นาข้าว , น้ำกร่อย , น้ำตาลจาก , น้ำส้มจาก , ประตูระบายน้ำ , ประมงพื้นบ้าน , ปุ๋ย , ป่าพรุ , ระบบชลประทาน , วัชพืช , สัตว์ทะเล , สิทธิในที่ทำกิน , อาหารกุ้ง , เขตพื้นที่น้ำจืด , เขตพื้นที่น้ำเค็ม , เทคโนโลยีการทำนา , เสม็ด , เหล้าจาก , แนวกันชน , ไฟป่า
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4640013 , http://research.trf.or.th/node/3535
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังได้ดำเนินการต่อเนื่องมายาวนานประมาณ 100 ปีตั้งแต่ยุคการปฏิรูปประเทศของสมเด็จพระพุทธ เจ้าหลวง ในสมัยนั้นเน้นการปลูกข้าวเพื่อการส่งออกไปยังหัวเมืองมลายูและชวา เป็นแนวทางหลักนำความรุ่งเรืองมาสู่ลุ่มน้ำอย่างยาวนาน นับหลายสิบปีในเวลาต่อมาด้วยแนวนโยบายในการพัฒนาที่เปลี่ยนจุดเน้นไปจากเดิม ประกอบกับระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงกระทบต่อ อาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของชาวลุ่มน้ำอย่างรุนแรง จึงได้มีการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งอย่างชัดเจนในปี พ.ศ. 2537 โดยหวังที่จะบรรเทาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค บรรเทาปัญหาน้ำท่วม ป้องกันน้ำทะเลบุกรุก และส่งเสริมอาชีพส่งเสริมรายได้ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในขณะที่โครงการยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543-2544 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ทำการศึกษาสังเคราะห์ สถานภาพองค์ความรู้ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ได้ข้อสรุปสามารถทำความเข้าใจสภาพปัญหา ความต้องการของชุมชนในระดับหนึ่งเพื่อที่จะให้ ได้ข้อมูลที่ลุ่มลึก ครอบคลุม และทันสมัยมากกว่าเดิม จึงได้ศึกษาต่อเนื่องเพิ่มเติมในครั้งนี้เกี่ยวกับลำดับความสำคัญของปัญหาและความ ต้องการของประชาชน โดยการเก็บข้อมูลปฐมภูมิจากประชาชนในฐานทรัพยากรและอาชีพ พื้นที่รวม 8 กลุ่ม รายงานฉบับนี้มาจากประชาชน กลุ่มชุมชนเมืองเป็นเพียง 1 ใน 8 กลุ่มที่ศึกษา กลุ่มนักวิจัยได้ตกลงร่วมกันที่จะเลือก 5 เทศบาลในชุมชนเมืองลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่ในการศึกษา เจาะจงเชิญสมาชิกสภา เทศบาล ผู้นำชุมชน ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ข้าราชการสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ อสม. แม่บ้าน และประชาชนทั่วไป จากเทศบาลเมืองปาก พนัง เทศบาลตำบลเชียรใหญ่ เทศบาลตำบลหัวไทร เทศบาลตำบลชะอวด และเทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์ เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก ซึ่งมีผู้ตอบรับ เข้าร่วมวงสนทนากลุ่มรวม 71 คนคละหลากหลายตามที่ต้องการ นักวิจัยเกือบทุกคนได้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคนิคการเก็บข้อมูล โดยวิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ก่อนลงพื้นที่ กระบวนการสนทนากลุ่มดำเนินไปโดยอิงเทคนิคการประชุมอย่างสร้างสรรค์ จัดกลุ่มละ 13-15 คน รวม 5 กลุ่ม นักวิจัยร่วมกันวิเคราะห์ ระดมความคิดสร้างข้อคำถามที่ใช้กระตุ้นการสนทนากลุ่มร่วมกันรวม 4 คำถาม ซึ่งครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการศึกษา อาศัยเทคนิคดึงข้อมูลที่หลากหลายนอกเหนือจากการสนทนาแลกเปลี่ยน เช่น บัตรคำ การวาดภาพ และการทำแผนที่ความคิด แล้วเก็บเกี่ยวข้อมูลจากสมุดจดบันทึกของนักวิจัยประจำกลุ่ม บัตรคำ เทปบันทึกเสียง และแผนที่ความคิด นำมา วิเคราะห์สังเคราะห์โดยสร้างตารางวิเคราะห์ข้อมูล ตีความ จัดหมวดหมู่ประเด็นปัญหา ความคิดเห็น ความต้องการ และข้อเสนอแนะไขว้ ระหว่างประเด็นและชุมชน ดูความถี่ประกอบกับมติเอกฉันท์ในวงสนทนาเป็นหลักในการจัดลำดับความสำคัญ โดยสรุป ผู้ให้ข้อมูลหลักมีความคิดเห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภค บริโภค ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และปัญหาสังคม ดงดำรงอยู่ในชุมชนเมืองลุ่มน้ำปากพนังโดยมีความ แตกต่างระหว่างพื้นที่ในรายละเอียดอยู่บ้างบางประการ ซึ่งพวกเขาหวังที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาทั้งด้านการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการจัดการสังคมเพื่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาเอง ในด้านการจัดการสังคมเน้นไปที่ประเด็น การเมือง เศรษฐกิจ วิถีชุมชน และการศึกษา โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เชิงโครงสร้าง และเชิงปฏิบัติการหลายประการ เช่น การจัด ตั้งโรงเรียนผู้นำท้องถิ่น การจัดตั้งคณะกรรมการจัดการประตูระบายน้ำ และการพัฒนากลุ่มเครือข่ายชุมชน เป็นต้น ความต้องการและข้อ เสนอแนะประการที่สอง คือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขและบำบัดน้ำ เสียจากนากุ้ง การจัดการขยะชุมชน การจัดการประตูระบายน้ำ การสร้างสรรค์ชุมชนน่าอยู่ การจัดการน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร ตลอดจนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจของชุมชน ทั้งนี้มีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่ คุณภาพชีวิตของประชาชนเชิงบูรณาการ โดนเน้นคุณค่าอยู่ดีมีสุขของสังคมในอดีตเป็นหลักคิด ซึ่งคณะผู้วิจัยเห็นว่าเป็นสัญญาณที่ดีของ การพัฒนาแนวใหม่ อันจะนำไปสู่การจัดการความขัดแย้งที่ได้ผลขจัดอุปสรรคของการพัฒนานำความสามัคคีบนฐานของการประสาน ประโยชน์ไปสู่ความสำเร็จของการพัฒนาที่ยั่งยืนในลุ่มน้ำปากพนังตลอดไป คำหลัก : คุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค, น้ำเสีย, น้ำท่วม, การจัดการขยะชุมชน, การมีส่วนร่วม, การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง : กลุ่มนากุ้ง การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในบริเวณลุ่มน้ำปากพนังเริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2529 จากพื้นที่ชายฝั่งทะเลและกระจายสู่พื้นที่น้ำจืด การเลี้ยงกุ้ง ในสภาพที่หนาแน่นเพื่อให้ได้ผลผลิตมาก ทำให้เกิดการระบาดของโรคและปัญหาในการจัดการมากมาย ซึ่งส่งผลต่อผลการประกอบการที่ลดลง จนถึงสภาวะที่ขาดทุน จากการที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้จัดเวทีสนทนากลุ่มกับผู้เลี้ยงกุ้งในเขตลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อสำรวจสภาพปัญหา แนวทางแก้ไข และข้อเสนอแนะ ตลอดจนความต้องการของผู้เลี้ยงกุ้งเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต ผลการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาของผู้เลี้ยงกุ้ง ปัญหาที่มีความสำคัญมาก คือ ราคาที่ตกต่ำและไม่แน่นอน รองลงมาได้แก่ พันธุ์กุ้งที่ไม่มีคุณภาพ คุณภาพอาหารที่ด้อยลง รูปแบบการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ โดยผู้เลี้ยงกุ้งได้เสนอความต้องการดังนี้ ต้องการให้รัฐเข้ามาควบคุมตลาดและประกันราคากุ้ง การควบคุมคุณภาพลูกกุ้ง และอาหารกุ้งอย่างจริงจัง รวมทั้งขอให้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและ เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือ การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง : กลุ่มนาข้าว การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ลุ่มปากพนังที่ประกอบอาชีพการทำนาข้าว 2) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง โดยพบว่ามีปัญหาปัจจัยการผลิต ปัญหาปัจจัยการผลิต และปัญหาความสัมพันธ์ ทางการผลิต ปัญหาปัจจัยการผลิต ขาดแคลนน้ำในบางฤดูกาล ปัจจัยเกี่ยวกับเครื่องมือ ที่สำคัญมากได้แก่ เครื่องจักรสำหรับไถนา และรถตัดข้าว ตลอดจนปัจจัยแรงงานในการผลิตข้าว ที่นับวันจะเข้าสู่วัยแรงงานอายุมากขึ้น ส่วนดิน ดำรงอยู่ในลักษณะหมดสภาพ ขาดปุ๋ยหรือความสมบูรณ์ เนื่องจากใช้ทำนาต่อเนื่องและขาดการบำรุงดิน ปัญหากระบวนการผลิต ยิ่งนับวันกระบวนการทำนาข้าวของชาวบ้านยิ่งปรับเปลี่ยนเป็นการทำนาแบบใหม่ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีสูง กว่าความจำเป็น และทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้จากการที่ทางราชการส่งเสริมวิทยาการการทำนาจากแบบเก่าหรือแบบดั้ง เดิมไปสู่การทำนาแบบใหม่ หรืออาจจะกล่าวว่ากระบวนการผลิตข้าวที่สัมพันธ์กับวิทยาการหรือเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ผลที่ตามมา คือ การขาดทุน หรือยิ่งเร่งการผลิตข้าวยิ่งมีการใช้เทคโนโลยีก็ยิ่งเพิ่มต้นทุน ก็เพิ่มภาระการขาดทุนซ้ำซาก ปัญหาความสัมพันธ์ทางการผลิต ได้แก่ ความสัมพันธ์แบบการซื้อขายเนื่องจากราคาข้าวต่ำ ยิ่งมีการผลิตเพื่อขายยิ่งข้าวราคาต่ำ จะเป็นปัญหาซ้ำซากพอกพูน แม้นว่าจะมีปัญหาน้อยเมื่อเปรียบกับปัญหาระบบน้ำ แต่ราคาก็ยังเป็นปัญหาที่เป็นพื้นฐานประการหนึ่งด้วย วัฒนธรรมการปฏิสัมพันธ์แบบเงินสดแทนการความสัมพันธ์แบบเดิมที่เน้นความผูกพันช่วยเหลือเกื้อกูล มีน้ำใจและเอื้ออาทรต่อกันและกัน เกี่ยว ดองด้วยความเป็นญาติ กลุ่มชาวนาในลักษณะต่าง ๆ ที่เคยมีในอดีตกลับหมดไป หรือเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ในบรรยากาศแบบทุนนิยมมากกว่า อดีตที่เน้นความสัมพันธ์ฉันญาติ ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพาราชการพึ่งพิงตลาดอยู่ตลอดเวลา จึงสามารถสรุปปัญหาเกษตรกรนาข้าว คือ ปัญหาน้ำในการผลิต ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ เป็นปัญหาที่สำคัญที่ต้องการแก้ไข ตามมาด้วยปัญหาราคาข้าว และปัญหาการผลิตที่ใช้วิทยาการหรือเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม ส่วนข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขเพื่อให้สัมพันธ์กับปัญหาและบริบทของสังคมลุ่มน้ำปากพนังในวัฒนธรรมข้าวนั้น คือข้อเสนอเพื่อ 1) การบริหารจัดการลุ่มน้ำปากพนัง 2) ศูนย์ศึกษาและการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง 3) การศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กโดยชุมชนและท้องถิ่น 4) การพัฒนาองค์กรชุมชนและพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่าย การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง : กลุ่มประมงพื้นบ้าน การวิจัยเรื่องลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อการวิจัยและพัฒนา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กรณีประมงพื้น บ้าน มีจุดประสงค์ที่จะรู้ว่าชาวประมงพื้นบ้านพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีปัญหาอะไรที่เป็นปัญหาสำคัญตามลำดับ และมีความต้องการอย่างไรบ้าง ในการวิจัยคณะผู้วิจัยได้เลือกพื้นที่ 3 แห่งตามสภาพภูมิศาสตร์ในเขตอำเภอปากพนัง คือ การประมง พื้นบ้านในลำน้ำเลือก บ้านบางด้วน ตำบลปากแพรก การประมงปากอ่าว เลือกบ้านต้นหาด ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก และการประมงริมฝั่งทะเล เลือกพื้นที่บ้านหน้าโกฏิ ตำบล ท่าพญา ในแต่ละแห่งที่เป็นจุดพบสนทนามีผู้ทำประมงพื้นบ้านจากพื้นที่อื่นทั้งจากต่างตำบลและต่างอำเภอไปร่วมสนทนากลุ่มด้วย จึงทำให้ได้ ข้อมูลเกี่ยวกับการทำประมงพื้นบ้านอย่างทั่วถึง นอกจากจะใช้การสนทนากลุ่มเป็นวิธีการเพื่อวิจัยแล้ว ยังใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์เพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงและชัดเจน ปัญหาที่มีความสำคัญที่ได้จากการวิจัยคือปริมาณของสัตว์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ของการทำประมงพื้นบ้านดังกล่าวลดลงไปมาก ทำให้จับ สัตว์น้ำได้น้อย มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตด้านเศรษฐกิจอย่างยิ่ง เหตุของปัญหาคือการถ่ายเทของน้ำในแม่น้ำปากพนังมีน้อย อันสืบเนื่องมา จากการเปิดประตูน้ำอุทกวิภาขประสิทธิ์เป็นเวลาน้อย เกิดความเปลี่ยนแปลงของวงจรชีวิตสัตว์น้ำปลาหลายชนิดสูญพันธุ์ไปและเกิดสภาพตื้นเขิน และผักตบชวาในลำน้ำมีมาก ทำให้น้ำเน่าเหม็นในบางพื้นที่ อันเป็นเหตุให้เกิดปัญหาในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ กรณีของประมงพื้นบ้านริมฝั่ง ทะเลเหตุสำคัญที่ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลา คือเรืออวนลากขนาดใหญ่ เรืออวนรุนและเรือคันไซปู การจับปลาดังกล่าว นี้จะจับได้ปริมาณมาก สัตว์น้ำขนาดเล็กก็ถูกจับด้วย ดังนั้นจึงทำให้ปริมาณของสัตว์น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว และขาดโซ่วงจรการขยายพันธุ์ของ สัตว์น้ำริมฝั่งทะเล ส่วนประมงปากอ่าวทะเลที่สัตว์น้ำลดลงมีสาเหตุจากการระบายของน้ำเช่นเดียวกันกับประมงลำน้ำ และป่าชายเลนอันเป็น แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำถูกทำลายจำนวนมาก ปัญหาต่อมาคือปัญหามลพิษปัญหานี้สืบเนื่องมาจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรต่าง ๆ ทั้งการ ปลูกพืช และการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงกุ้ง (นากุ้ง) น้ำจากนากุ้งส่งผลต่อการเกิดสภาพน้ำเสียในแหล่งน้ำ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่อง น้ำใช้ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อการเพาะพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำด้วย ความต้องการของผู้ทำอาชีพประมงพื้นบ้านในพื้นที่ลุ่มปากพนัง คือการทำให้สภาพแหล่งน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเหมาะกับการเจริญ เติบโตของสัตว์น้ำ เพราะจะเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำได้ นั่นคือ การเปิดประตูน้ำอุทกวิภาขประสิทธิ์ให้มากขึ้น การดำเนินการกวดขันเรือจับ ปลาขนาดใหญ่ให้จริงจังตามกฎหมาย การทำให้ป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ความต้องการต่อมาคือการควบคุมเกี่ยวกับใช้สารเคมีในการ เกษตรและกรณีอื่น ๆ เพราะเป็นที่มาของการลดปริมาณสัตว์น้ำและปัญหาน้ำอุปโภค ความต้องการต่อมาคือการให้ความช่วยเหลือในด้านการเงิน ด้วยการให้มีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปดำเนินการในการทำอาชีพประมงพื้นบ้าน การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง : กลุ่มป่าจาก โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กลุ่มผู้ที่ประกอบอาชีพ เกี่ยวกับป่าจาก โดยการจัดเวทีสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) จำนวน 3 กลุ่ม ในพื้นที่ที่มีชุมชนประกอบอาชีพเกี่ยวป่าจากเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริมทั้งในเขตพื้นที่น้ำจืดและน้ำเค็ม ซึ่งชุมชนมีการใช้ประโยชน์หลากหลายจากต้นจาก เช่น เย็บจากตับมุงหลังคา ใบจากมวนบุหรี่ น้ำตาลจาก น้ำส้มจาก เหล้าพื้นบ้าน เป็นต้น จากการจัดเวทีสนทนากลุ่มผู้ทำอาชีพป่าจาก (ไร่จาก) พบว่า อาชีพป่าจากเป็นอาชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชุมชน เนื่องจากเป็นอาชีพ ที่สร้างรายได้ที่ดีและความแน่นอน นอกจากนั้นป่าจากยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศน้ำกร่อย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่เป็น แหล่งอาหารและรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านในลุ่มน้ำปากพนังอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันต้นจากให้ผลผลิตที่ลดลงและมีพื้นที่ลด น้อยลงมาก ซึ่งชุมชนป่าจากเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำอย่างชัดเจนและฉับพลัน จากระบบนิเวศน้ำกร่อยกำหนดให้เป็นระบบ นิเวศน้ำจืดและน้ำเค็มอย่างชัดเจนตั้งแต่มีการปิดประตูระบายน้ำต่าง ๆ (ประตูระบายน้ำปากพนังและประตูระบายน้ำเสือหึง) ของโครงการพัฒนา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ในเขตพื้นที่น้ำเค็มมีน้ำเค็มจัด ในเขตพื้นที่น้ำจืดน้ำเริ่มจืดลง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพการเจริญเติบโตและผลผลิตของต้นจากอย่างยิ่ง เพราะต้นจากจะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีในสภาพธรรมชาติที่เป็นน้ำ กร่อย รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำต่าง ๆ ที่ลดน้อยลงส่งผลกระทบต่อการลดลงของรายได้และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตชุมชนที่ประกอบ อาชีพป่าจากและประมงพื้นบ้านเช่นเดียวกัน สำหรับข้อเสนอแนะและความต้องการของชุมชนป่าจาก ชุมชนต้องการให้หน่วยงานของรัฐตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของป่า จากและระบบนิเวศน้ำกร่อย โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมากขึ้น นอกจากนั้นชาวบ้านส่วน ใหญ่ยังมีความคิดเห็นว่าโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินของชุมชนจะไม่ เกินขึ้นอย่างรุนแรง ถ้าหากชุมชนได้มีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือและตัดสินใจโครงการต่าง ๆ ด้วย การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง : กลุ่มป่าพรุ การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าพรุ ถึงประเด็นปัญหาซึ่ง ปรากฏจริงในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับประเด็นปัญหา (Priority Concerns) ความชัดเจนของประเด็นโจทย์วิจัย (Problem Statements) และกำหนดแนว ทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน (Achievable Goals) ระหว่างชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ และนักวิชาการ เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาและโจทย์ วิจัยแก่องค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลาง รวมทั้งเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป และเพื่อพัฒนาชุดโครงการวิจัยและพัฒนา ในลักษณะที่เน้นการพัฒนาแบบยั่งยืน และเหมาะสมกับความหลากหลายของชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ วิธีการศึกษา อาศัยการจัดเวทีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key informants) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทน ของผู้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าพรุครอบคลุมชุนชนในพื้นที่ป่าพรุ และพื้นที่คาบเกี่ยวซึ่งใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าพรุ โดยจัดเวทีสนทนากลุ่ม จำนวน 2 ครั้ง 4 เวทีย่อย จำนวนผู้เข้าร่วมเวทีทั้งสิ้น 92 คน จาก 14 ตำบล 7 อำเภอ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ป่าพรุ ได้แก่ ปัญหาการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ปัญหาความอุดมสมบูรณ์ของป่า พรุลดลง ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ปัญหาน้ำเสีย และปัญหาเนื่องจากโครงการปลูกป่าของรัฐที่ปลูกเฉพาะไม้ เสม็ดซึ่งไม่ใช่พันธุ์ไม้ดั้งเดิมของพื้นที่ ทำให้ป่าพรุขาดความหลากหลาย และในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการของกลุ่มป่าพรุ พบว่า ชาวบ้านต้องการให้มีการจัดสรรที่ดินทำกิน และกำหนดแนวเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าใช้ประโยชน์ให้ชัดเจน การให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมใน การฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรป่าพรุ การป้องกันไม่ให้น้ำในพรุแห้ง และโครงการปลูกพันธุ์ไม้ดั้งเดิมในพื้นที่ป่าพรุ การขุดคลองเชื่อมต่อระหว่าง คลองชะอวด-แพรกเมืองไปออกทะเลน้อย ส่วนข้อเสนอแนะจากปัญหาและความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ป่าพรุ แบ่งได้เป็น ข้อเสนอแนะเชิงวิจัยและพัฒนา ได้แก่ การศึกษาสถานภาพและองค์ความรู้ป่าพรุ การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของป่าพรุ เช่น พรรณพืช นก สัตว์อื่น ๆ สิ่งมีชีวิตในน้ำ ถิ่นที่อยู่ อาศัยที่สำคัญ เป็นต้น การศึกษาระบบการไหลเวียนของน้ำในป่าพรุและพื้นที่ชายขอบ การศึกษาระดับน้ำที่เหมาะสมในการกักเก็บไว้หล่อเลี้ยง ป่าพร การศึกษารูปแบบการจัดทำแนวเขตป่าอนุรักษ์ แนวกันชน (Buffer Zone) และแนวการใช้ประโยชน์หลากหลาย (Multiple Use Zone) การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศป่าพรุหลังการเกิดไฟไหม้ การศึกษาผลกระทบจากการขุดคลองชะอวด-แพรกเมืองต่อป่าพรุ ชุมชนใน ป่าพรุ และชุมชนชายขอบ การศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพรุ การศึกษาการใช้ประโยชน์การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระจูด และวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ป่าพรุ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ แบ่งได้เป็น ระยะเร่งด่วน ได้แก่ สนับสนุนองค์กรชุมชนในการดูแล เฝ้าระวัง และติดตามการเปลี่ยนแปลงของป่าพรุ เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาของรัฐทุกโครงการ สนับสนุนเครือข่ายกระจูด และการแปรรูปผลิตภัณฑ์สนับสนุนการจัดการป่าในรูปแบบป่าชุมชน จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อหามาตรการและแนวทางในการป้องกันไฟไหม้ ป่าพรุ จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้รู้จักทรัพยากรในท้องถิ่น และเกิดจิตสำนึกในการดูแลรักษา ปลูกพันธ์ไม้ดั้งเดิมในพื้นที่ ป่าพรุ ระยะกลาง ได้แก่ จัดทำแนวเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่ทำกินของชาวบ้านให้ชัดเจนสนับสนุน เครือข่ายองค์กรชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพรุ สนับสนุนการจัดตั้ง “คณะกรรมการบริหารจัดการพรุควนเคร็ง” ซึ่งประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ เสียจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และระยะยาว ได้แก่ การสนับสนุนทุนวิจัยให้แก่ชุมชนเพื่อให้ชุมชนกำหนดประเด็นวิจัยและหาผู้ร่วมวิจัย

บรรณานุกรม :
สุพัทธ์ พู่ผกา . (2548). การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุพัทธ์ พู่ผกา . 2548. "การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุพัทธ์ พู่ผกา . "การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
สุพัทธ์ พู่ผกา . การศึกษาลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.