ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบริหารและดำเนินการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

หน่วยงาน ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบริหารและดำเนินการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
นักวิจัย : นุชรีย์ ศิริ
คำค้น : ศัตรูธรรมชาติ (natural enemies), การควบคุมโดยชีววิธี (biological control), ศัตรู(Pest)
หน่วยงาน : ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการศูนย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2537 และมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดให้ก่อสร้างบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ศูนย์ฯ ได้รับแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นบริเวณที่จะพัฒนาเป็นเขตกีฬาของมหาวิทยาลัย ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2541 ศูนย์ฯ จึงได้รับการจัดสรรจากมหาวิทยาลัยในการก่อสร้างอาคารศูนย์ฯ ในพื้นที่ใหม่ ประมาณ 10 ไร่ และได้เป็นอาคารปฏิบัติการวิจัยด้านการควบคุมศัตรูพืชและสัตว์โดยชีววิธี จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ผลงาน ฝึกอบรม การเรียนการสอน การศึกษาดูงานด้านการควบคุมโดยชีววิธี ตลอดจนการปลดปล่อยศัตรูธรรมชาติภาคสนาม และแจกจ่ายศัตรูธรรมชาติแก่เกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน นับเป็นหน่วยงานราชการเดียวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ดำเนินงานวิจัยและบริการวิชาการด้านการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี ครอบคลุมทุกด้านมาอย่างต่อเนื่องยาวนานมากว่า 17 ปี การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี เป็นการใช้ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ แมลงห้ำ แมลงเบียน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในการควบคุมศัตรูพืช ซึ่งเป็นการช่วยลดต้นทุน ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชและสัตว์ที่มีความปลอดภัยด้วยต้นทุนต่ำ ลดการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ เป็นวิธีการอารักขาพืชที่มีความปลอดภัย ให้ผลยั่งยืนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขณะที่การใช้สารฆ่าแมลงสังเคราะห์ ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและสภาพแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประเทศไทยมีพื้นที่การเกษตร 38.2% (122.2 ล้านไร่) ของพื้นที่ประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่การเกษตรมากที่สุด คือ 44% (57.7 ล้านไร่) มีจำนวนเกษตรกร 5.7 ล้านครอบครัว (25.2 ล้านคน จากประชากร 63 ล้านคน) หรือ 40.05% (กรมประชาสัมพันธ์, 2552) ประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศร้อนและชื้น ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ของแมลง ทำให้แมลงมีการระบาดตลอดปี การควบคุมศัตรูพืชของเกษตรกรมักเน้นการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวก และสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการอื่น ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรอันดับ 48 ของโลก แต่ใช้ยาฆ่าแมลงเป็นอันดับ 5 ของโลก นำเข้าสารเคมีอันดับ 1 ของโลก เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การเกษตรของประเทศอื่น ในปี 2553 มีการนำเข้าสารเคมี 117 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท (องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ, 2553) ซึ่งกรมวิชาการเกษตร รายงานว่า การใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชใน 100 กิโลกรัม จะตกค้างในสภาพแวดล้อมถึง 99 กิโลกรัม และจากรายงานของกรมส่งเสริมการเกษตร (2545-2546) จากการสำรวจในพืชผัก 1,753 ตัวอย่าง พบสารเคมีตกค้าง 89.13% และอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย 3.5%ทำให้มีปัญหาต่อการส่งออก ในปี 2553 สินค้าอาหารที่นำเข้าจากประเทศไทยได้ถูกแจ้งเตือนในะบบ RASFF จำนวน 131 ครั้ง (เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีจำนวนการแจ้งเตือน 110 ครั้ง ปี 2551จำนวน 106 ครั้ง และปี 2550 จำนวน 93 ครั้ง) โดยในจำนวนนี้เป็นสินค้าประเภทผักและผลไม้สดจำนวน 57 ครั้ง แม้ว่ากรมวิชาการเกษตรได้แก้ปัญหาการส่งผักไปสหภาพยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง แต่สหภาพยุโรปก็ยังคงตรวจพบสารเคมีตกค้างในผักที่ไทยส่งออกเป็นจำนวนหลายครั้งในแต่ละปี จนเมื่อปี 2553 สหภาพยุโรปตรวจพบทั้งสารตกค้างและศัตรูพืชในผักของไทยทำให้ต้องออกมาตรการห้ามนำเข้าผักสดจำนวน 5 กลุ่ม 16 ชนิด จากไทย(สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา, 2554) เพื่อให้สามารถเพาะเลี้ยงศัตรูธรรมชาติเหล่านี้ให้เพียงพอและมีคุณภาพดี จึงได้มีการศึกษาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ทั้งในส่วนของกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ตลอดจน การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ศัตรูธรรมชาติที่ใช้สะดวกและเป็นที่ยอมรับแก่เกษตรกร เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ตรูธรรมชาติเหล่านี้อย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป อเมริกา และในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้พัฒนากระบวนการผลิตศัตรูธรรมชาติในเชิงอุตสาหกรรมได้แล้ว และได้แนะนำให้การใช้ศัตรูธรรมชาติเป็นวิธีการหลักในการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี ทั้งในสภาพโรงเรือนและแปลงปลูก (Ravensberg, 1992; Yano, 1999) ดังนั้น เพื่อเป็นการลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรู ลดสารเคมีตกค้างในพืชและสัตว์ ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ประเทศไทยจึงควรมีการศึกษาอย่างจริงจังและพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชดังกล่าวตามระบบการบริหารศัตรูพืชให้เป็นรูปธรรมและแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต

บรรณานุกรม :
นุชรีย์ ศิริ . (2556). การบริหารและดำเนินการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน.
    กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ.
นุชรีย์ ศิริ . 2556. "การบริหารและดำเนินการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน".
    กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ.
นุชรีย์ ศิริ . "การบริหารและดำเนินการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน."
    กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ, 2556. Print.
นุชรีย์ ศิริ . การบริหารและดำเนินการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ; 2556.