ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง
นักวิจัย : โสภณ กาญจนะ
คำค้น : โครงการอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ , โครงการ -- การประเมินผล , ครู -- การฝึกอบรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปทีป เมธาคุณวุฒิ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2530
อ้างอิง : 9745674834 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47372
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530

วัตถุประสงค์ของการวิจัย วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษา : 1. ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายการศึกษาของการฝึกหัดครู 2. สภาพรวมของปัจจัย เบื้องต้นของโครงการอบรม ได้แก่ ผู้สอน ผู้เข้าอบรมและหลักสูตรที่ใช้อบรม 3. ความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรม ผู้สอบและบัณฑิต เกี่ยวกับการดำเนินการอบรม 4. ความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาของบัณฑิต เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของบัณฑิตที่สำเร็จการอบรมไปแล้ววิธีดำเนินการวิจัยการวิจัยครั้งนี้เป็นการประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักศึกษาในโครงการอบรมครูและบุคคลากรทางการศึกษา ที่กำลังอบรมอยู่ในปีการศึกษา 2528 และบัณฑิตในโครงการที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว ซึ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปีการศึกษา 2527 ผู้บังคับบัญชาของบัณฑิตและอาจารย์ที่สอนในวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง จำนวนรวมทั้งสิ้น 512 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามจำนวน 2 ชุด สร้างเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่ามี 5 ระดับ ชุดแรกใช้สอบถามความคิดเห็นของผู้ที่กำลังเข้ารับการอบรม อาจารย์และบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว ชุดที่สองใช้สอบถามผู้บังคับบัญชาของบัณฑิต สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีของเซฟเฟ่สรุปผลการวิจัย 1. วัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการที่กำหนดไว้มีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2527 มาตรา 5 สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะที่ 4 และระยะที่ 5 รวมทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของกรมการฝึกหัดครู 2. หลักสูตรที่ใช้อบรม เป็นหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู พ.ศ. 2519 สายวิชาชีพครู ระดับปริญญาตรี 2 ปีหลัง ซึ่งมีวัตถุประสงค์จะสร้างคนให้เป็นคนดี เป็นครูดี และมีความรู้ดี ส่งเสริมความถนัดความสนใจและสนองความต้องการของท้องถิ่น จำนวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 70 หน่วยกิต ประกอบด้วยวิชาพื้นฐานไม่น้อยกว่า 16 หน่วยกิต วิชาชีพครูไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต วิชาเฉพาะไม่น้อยกว่า 32 หน่วยกิต และวิชาเลือกเสรีประมาณ 4 หน่วยกิต 3. ลักษณะผู้เข้าอบรม เกือบครึ่งหนึ่งมีอาชีพครู ที่เหลือเป็นข้าราชการอื่น ทหาร/ตำรวจ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ วุฒิเดิมส่วนใหญ่คือวุฒิ ป.กศ.สูง รองลงมาคือ ป.วส. ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 21 – 30 ปี มีประสบการณ์ทำงานระหว่าง 1- 5 ปี ผู้มีอาชีพครูเป็นเพศหญิงมากกว่าชาย ส่วนผู้ที่มีอาชีพอื่นเพศชายมากกว่าหญิง 4. ลักษณะของอาจารย์ พบว่าส่วนใหญ่มีวุฒิปริญญาโท รองลงมาคือปริญญาตรีแลปริญญาเอก เทียบตามอัตราส่วนจะได้ 0.5 : 5.6 : 3.9 (เอก : โท : ตรี) ซึ่งคุณวุฒิของอาจารย์ยังตำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา ประสบการณ์การสอน ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 11 – 20 ปี อายุอยู่ระหว่าง 31 – 40 ปี วิชาที่สอนในโครงการ ฯ ส่วนใหญ่เป็นวิชาเดียวกันกับวิชาที่สอนในภาคปรกติ จำนวนชั่วโมงสอนในโครงการ ฯ ส่วนใหญ่เป็นวิชาเดียวกันกับวิชาที่สอนในภาคปรกติระหว่าง 6 – 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 5. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้เข้าอบรมที่มีอาชีพครูกับผู้เข้าอบรมที่มีอาชีพอื่น พบว่า ด้านเนื้อหาวิชามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 โดยผู้เข้าอบรมอาชีพครูเห็นว่า ด้านเนื้อหาวิชาที่อบรมให้ประโยชน์มากกว่าความเห็นของผู้มีอาชีพอื่น ด้านผู้สอนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.5 โดยผู้มีอาชีพครูเห็นว่า ผู้สอนสอนได้ดีแล้ว มากกว่าความเห็นของผู้มีอาชีพอื่น ด้านผู้เข้าอบรมมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยผู้เข้าอบรมที่มีอาชีพครูมีความเห็นว่าผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐาน มีเวลาศึกษาเล่าเรียนและวิชาที่เรียนตรงกับสายงานที่ทำมากกว่าความคิดเห็นของผู้มีอาชีพอื่น ส่วนค่าเฉลี่ยความคิดเห็นทางด้านบริการ-สวิสดีการของวิทยาลัย พบว่า ไม่แตกต่างกัน แต่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางค่อนข้างต่ำ 6. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของบัณฑิตที่มีอาชีพครู กับบัณฑิตที่มีอาชีพอื่นพบว่า ความคิดเห็นของบัณฑิตทั้งสองกลุ่มอาชีพ ไม่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านเนื้อหาวิชา ด้านผู้สอน ด้านผู้รับการอบรม ด้านบริการสวัสดิการ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าค่าเฉลี่ยในด้านบริการ-สวัสดิการอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าด้านอื่น ๆ 7. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าอบรม อาจารย์และบัณฑิตเกี่ยวกับการดำเนินการอบรม พบว่า โดยส่วนรวมแล้วความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม อาจารย์และบัณฑิต ไม่มีความแตกต่างกัน 8. ลักษณะของบัณฑิต ทางด้านอาชีพ พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งมีอาชีพครู รองลงมาคือทหาร/ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนที่ไม่ใช่ครู พนักงานรัฐวิสาหกิจ ด้านประสบการณ์การทำงานส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 6 – 10 ปี และพบว่าการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหลังจากสำเร็จการอบรมไปแล้ว กล่าวคือได้รับตำแหน่งบริหารเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาระในการสอนหรือให้การอบรบลดน้อยลง 9. การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชา ต่อผลการปฏิบัติงานของบัณฑิตที่มีอาชีพครูกับบัณฑิตที่มีอาชีพอื่น พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันในทุก ๆ ด้าน และความคิดเห็น ของผู้บังคับบัญชาต่อผลการปฏิบัติงานของบัณฑิต พบว่า อยู่ในระดับสูงทุกด้าน โดยเฉพาะด้านความมีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

บรรณานุกรม :
โสภณ กาญจนะ . (2530). การประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โสภณ กาญจนะ . 2530. "การประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โสภณ กาญจนะ . "การประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print.
โสภณ กาญจนะ . การประเมินโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ของวิทยาลัยครูกลุ่มนครหลวง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.